ภาษาไทยม.๕

ระบบเสียงและอวัยวะในการออกเสียง

ความหมายของภาษา

ภาษา หมายถึง เสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมายระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เพื่อสนองความต้องการต่างๆ

เสียงในภาษาเกิดขึ้นได้อย่างไร

เสียงในภาษาเกิดจากลมจากปอดผ่านหลอดลม กล่องเสียงซึ่งมีเส้นเสียงอยู่ภายใน เส้นเสียงเมื่อถูกลมผ่านจะเกิดการสั่นทำให้เกิดเสียง  ขณะที่ลมผ่านมาในช่องปาก หรือช่องจมูก จะถูกอวัยวะต่างๆ เช่น  ลิ้น เพดานปาก  ปุ่มเหงือก ฟันและริมฝีปากกล่อมเกลาลมให้เป็นเสียงต่างๆ  ตามที่ผู้พูดต้องการ

อวัยวะที่ใช้ในการออกเสียงมีอะไรบ้าง

              

อวัยวะที่ใช้ในการออกเสียมีดังต่อไปนี้

๑.  ปอด ภายในปอดจะมีถุงลมเล็ก ๆ จำนวนมาก เมื่อต้องการเปล่งเสียงต้องอาศัยลมจากปอด

ระบายลมออกมา เพื่อนำมาใช้ในการเปล่งเสียงพูด

๒.  กระบังลม  เป็นกล้ามเนื้อผืนใหญ่กั้นอยู่ในช่องท้องอยู่ใต้ปอด  เมื่อหายใจเข้า กระบังลมจะเคลื่อน

ตัวลงต่ำทำให้เกิดพื้นที่กักเก็บลมมากขึ้น  เมื่อหายใจออกกระบังลมจะถูกยกสูงขึ้น  อากาศภายในจะถูกผลักออกมาทางหลอดลม ช่องจมูกและปาก

๓.  หลอดลม  เป็นช่องทางเดินของลมจากปอดมาสู่กล่องเสียง

๔.  เส้นเสียง   เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำให้เกิดเสียง ประกอบด้วยเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อเป็นแผ่น  ๒  แผ่น เมื่อจะเปล่งเสียงลมผ่านเส้นเสียง เส้นเสียงสั่นจึงทำให้เกิดเสียง  เส้นเสียงตั้งอยู่ตรงกลางกล่องเสียง  กล่องเสียง  คือ  ส่วนที่อยู่เหนือหลอดลมขึ้นมา  ตรงที่เราเรียกว่าลูกกระเดือก

๕. ลิ้น เป็นส่วนที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในการออกเสียง  เป็นอวัยวะที่ควบคุมช่องทางเดินของลม  จึงทำให้เกิดเป็นเสียงในลักษณะต่างๆ

๖.  ลิ้นไก่ เป็นก้อนเนื้อเล็กๆ อยู่ต่อปลายเพดานอ่อนตรงกลางระหว่างช่องปากกับช่องจมูก

๗. ช่องจมูก  เป็นโพรงในช่องจมูกอยู่เหนือลิ้นไก่ขึ้นไป เป็นช่องทางเดินลมเมื่อต้องการออกเสียงนาสิก   เช่น  เสียงพยัญชนะ    น   ง   ม

๘. เพดานอ่อน เป็นส่วนของเพดานปากต่อกับลิ้นไก่ ใช้ในการออกเสียงโดยการเอาลิ้นไปแตะเพื่อควบคุมลมในการออกเสียงบางเสียง  เช่น  เสียงพยัญชนะ    ก   ค

๙.เพดานแข็ง เป็นส่วนของเพดานปากต่อกับเพดานอ่อน ใช้ในการออกเสียงโดยการเอาลิ้นไปแตะเพื่อควบคุมลมในการออกเสียงบางเสียง เช่นเดียวกับเพดานอ่อน  เช่น  เสียงพยัญชนะ    ย   จ   ช

๑๐. ปุ่มเหงือก  เป็นส่วนที่นูนออกมาตรงบริเวณโคนฟันบนด้านใน  ลิ้นแตะอยู่ใกล้บริเวณปุ่มเหงือก  เมื่อออกเสียงพยัญชนะ เช่น  เสียงพยัญชนะ    ด  น  ล

๑๑. ฟัน  เป็นอวัยวะซึ่งเป็นฐานหรือตำแห่งที่เกิดของเสียงหลายชนิด  เช่น เมื่อใช้ฟันบนกับริมฝีปากล่างควบคุมทางเดินลมให้ลอดช่องพอจะผ่านได้ทำให้เกิดเสียงพยัญชนะ ฟ  หรือใช้ลิ้นแตะฟันบนก็สามารถออกเสียงพยัญชนะ  ต  ท

๑๒. ริมฝีปาก เป็นอวัยวะที่สำคัญในการออกเสียงซึ่งทำให้เกิดเสียงแตกต่างกันมาก เช่นใช้ริมฝีปากบนและริมฝีปากล่างปิดกักลมไว้ชั่วครู่ แล้วปล่อยก็จะได้เสียงพยัญชนะ   บ  ป   พ  ม   ว  หากออกเสียงสระก็ใช้ริมฝีปากกับลิ้นควบคุมลมออกเสียงได้ทั้งหมด  เช่น  ทำปากห่อกลมลิ้นส่วนหลังอยู่ในระดับสูง กลาง ต่ำ  ก็จะได้เสียงสระ  อุ  อู  โอะ  โอ    เอาะ  ออ   ตามลำดับ

ชนิดและลักษณะของเสียงในภาษาไทย

                เสียงในภาษาไทย มี  ๓  ชนิด  คือ  เสียงสระ  เสียงพยัญชนะ  เสียงวรรณยุกต์

. เสียงสระ คือ เสียงที่เกิดจากลมผ่านเส้นเสียง ซึ่งเกร็งตัวชิดกันปิดช่องทางเดินลมจนสั่นสะบัดแล้วออกไปทางช่องปากหรือจมูก  โดยที่ไม่ถูกสกัดกั้น  ณ  ที่ใดที่หนึ่งในช่องทางเดินลม  แต่มีการใช้ลิ้นและริมฝีปากกล่อมเกลาเสียงให้แตกต่างกันไปได้หลายเสียง

ลักษณะสำคัญของเสียงสระมี  ๒  อย่าง คือ  เป็นเสียงสั่นสะบัดหรือเสียงก้อง  และเป็นเสียงผ่านออกไปโดยตรง บางครั้งจึงได้ชื่อว่า   เสียงแท้

๒. เสียงพยัญชนะ  คือ  เสียงที่เกิดจากลมผ่านเส้นเสียง ซึ่งอาจสั่นสะบัดหรือไม่ก็ได้ แล้วถูกสกัดกั้นทั้งหมดหรือบางส่วน ณ ที่ใดที่หนึ่งในช่องทางเดินลม เช่น เพดานอ่อน  เพดานแข็ง ปุ่มเหงือก ฟัน  ริมฝีปากและลิ้น  ก่อนจะปล่อยออกมาทางช่องปากหรือช่องจมูก

ลักษณะสำคัญของเสียงพยัญชนะ  คือ  เป็นเสียงที่ถูกกักก่อนที่จะผ่านออกไปทางช่องปากหรือช่องจมูก  บางครั้งเรียกว่า  เสียงแปร

                ๓. เสียงวรรณยุกต์  คือ   เสียงที่มีการเปลี่ยนระดับสูงต่ำโดยเส้นเสียง  และเปล่งออกมาพร้อมกับเสียงสระ  บางครั้งเรียกว่า  เสียงดนตรี

  เสียงสระ

เสียงสระ  คือ  เสียงที่เปล่งออกมาจากปอด  หลอดลม  กล่องเสียง  ผ่านลำคอ  ช่องปาก  ช่องจมูก  โดยสะดวก  ลมที่เปล่งออกมาจะไม่ถูกสกัดกั้นจากอวัยวะใดๆ  ในปาก  แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงระดับของลิ้นและรูปริมฝีปาก  ขณะที่ออกเสียง  เส้นเสียงที่อยู่ในกล่องเสียงจะปิดและเปิดอย่างรวดเร็ว  เส้นเสียงจึงมีความสั่นสะเทือน  เกิดความกังวาน  ซึ่งเรียกว่า  เสียงก้อง  เสียงสระจะออกเสียงให้ยาวนาน  เช่น  อา  อี  อู  โอ เราเรียกเสียงนี้ว่า  เสียงแท้  เสียงสระเป็นเสียงที่ช่วยให้พยัญชนะออกเสียงได้  เพราะเสียงพยัญชนะจะต้องอาศัยเสียงสระช่วยในการออกเสียง  เสียงสระในภาษาไทยมี ๒๑ เสียง

การจำแนกเสียงสระเสียงสระในภาษาไทยมี  ๒๑  เสียง  จำแนกตามลักษณะต่างๆ  ดังต่อไปนี้

. สระเดี่ยว  มี  ๑๘  เสียง  แบ่งเป็นสระเสียงสั้น  ๙  เสียง  สระเสียงยาว  ๙  เสียง

การเกิดเสียงสระเดี่ยว   เมื่อลมผ่านเส้นเสียงมาในช่องปาก     จะถูกลิ้นและริมฝีปากกล่อมเกลาเสียง    ซึ่งอยู่ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้

 

เสียงสระ

ลักษณะลิ้น

ลักษณะริมฝีปาก

สั้น

ยาว

ส่วนของลิ้น

ระดับลิ้น

อิ

อี

ส่วนหน้า

กระดกขึ้นสูง

เหยียดปิดหรือเกือบปิด

เอะ

เอ

กระดกปานกลาง

เหยียดเปิดปานกลาง

แอะ

แอ

ระดับต่ำหรือปกติ

เหยียดเปิดกว้าง

อึ

อือ

ส่วนกลาง

กระดกขึ้นสูง

เหยียดปิดหรือเกือบปิด

เออะ

เออ

กระดกปานกลาง

เหยียดเปิดปานกลาง

อะ

อา

ระดับต่ำหรือปกติ

เหยียดเปิดกว้าง

อู

อู

ส่วนหลัง

กระดกขึ้นสูง

ห่อกลมปิดหรือเกือบปิด

โอะ

โอ

กระดกปานกลาง

ห่อกลมเปิดปานกลาง

เอาะ

ออ

ระดับต่ำหรือปกติ

ห่อกลมเปิดกว้าง

 

. สระประสม   มี  ๓  เสียง*          สระประสมเกิดจากสระเดี่ยวสองเสียง      เปล่งเสียงออกมาในระยะกระชันชิดกันจนฟังดูเหมือนเปล่งออกมาครั้งเดียว  แต่สามารถสังเกตการเกิดเสียงสระประสมได้ โดยการสังเกตลิ้นมีการเปลี่ยนระดับและริมฝีปากเปลี่ยนลักษณะขณะออกเสียง

เสียงสระประสม

เสียงสระเดี่ยว

เอีย

อี + อา

อัว

อู + อา

เอือ

อื +อา

 

  * หมายเหตุ   เสียง  เอียะ  (อิ + อะ)   เอือะ  (อึ + อะ)  และ  อัวะ (อุ + อะ)  เมื่อก่อนนับเป็นสระประสม เสียงสั้น  แต่นักภาษาศาสตร์ในปัจจุบัน  ไม่นับเป็นเสียรสระแล้ว  เนื่องจากมีคำใช้น้อย  และบางคำก็เป็นคำที่รับมาจากภาษาอื่น  หรือคำภาษาไทยถิ่น  เช่น  เกียะ   เชือะ  

 

ความสัมพันธ์ของลิ้นกับริมฝีปากขณะออกเสียงสระประสม

 

ลักษณะของ

ริมฝีปาก

ระดับ

ของลิ้น

ส่วนของลิ้น

หน้า

กลาง

หลัง

ปิด

สูง

อิ  อี

         อึ       อื

อุ  อู

กึ่งปิดกึ่งเปิด

กลาง

เอะ  เอ

เออะ  เออ

โอะ  โอ

เปิด

ต่ำ

แอะ  แอ

อะ     อา

เอาะ  ออ

 

การเกิดเสียงสระประสม

-                   เอียะ เอีย       ใช้ลิ้นและริมฝีปากทำเสียงสระ  อิ  อี  ก่อนแล้วเปลี่ยนเป็นทำเสียงสระ  อะ  อา

-                   เอือะ  เอือ      ใช้ลิ้นและริมฝีปากทำเสียงสระ  อึ อื  ก่อนแล้วเปลี่ยนเป็นทำเสียงสระ  อะ  อา

-                   อัวะ  อัว         ใช้ลิ้นและริมฝีปากทำเสียงสระ  อุ  อู ก่อนแล้วเปลี่ยนเป็นทำเสียงสระ  อะ  อา

สระเกิน  มี   ๘  รูป  ไม่นับเป็นเสียงสระ  เพราะมีเสียงพยัญชนะประสมอยู่กับเสียงสระเดี่ยว  มีดังนี้

 

รูปสระ

เสียงสระเดี่ยว

เสียงพยัญชนะ

ตัวอย่าง

อำ

อะ

ม   สะกด

สำ  คำ  นำ  จำ

ไอ

อะ

ย   สะกด

ไทย   ไป  ไหน  ไกล

ใอ

อะ

ย   สะกด

ใจ ใส  ใช่  ใกล้

เอา

อะ

ว   สะกด

เข้า  เก้า  เจ้า  เสา

ฤ *

อิ อึ เออ

ร   ประสม

ฤทธิ์  ฤทัย  ฤกษ์

ฤา

อื

ร   ประสม

ฤาษี

อึ

ล   ประสม

เลิกใช้

ฦา

อื

ล   ประสม

เลิกใช้

               

  เสียงพยัญชนะ

เสียงพยัญชนะ  คือ  การที่ลมออกมาจากปอด  ผ่านหลอดลม  กล่องเสียง  เส้นเสียง   สู่ช่องปาก  หรือช่องจมูก  โดยใช้ลิ้นกล่อมเกลาเสียงให้กระทบกับเพดาน  ปุ่มเหงือก  ฟัน  หรือให้ริมฝีปากกระทบกัน  เสียงที่เกิดขึ้นจะถูกสกัดกั้นในลำคอ  ช่องปากหรือช่องจมูก  โดยอาจจะถูกสกัดกั้นไว้ทั้งหมดหรือถูกสกัดกั้นเพียงบางส่วน  เสียงที่เกิดขึ้นลักษณะนี้เรียกว่า  เสียงแปร เสียงที่แปรเกิดเป็นเสียงพยัญชนะต่างๆ   จำนวน  ๒๑  เสียงและมีอักษรแทนเสียงพยัญชนะจำนวน  ๔๔  รูป

อวัยวะทำให้เกิดเสียงพยัญชนะต่างกัน

พยัญชนะเกิดจากลมที่ถูกดันออกมาจากปอดผ่านมาตามหลอดลม  กระทบเส้นเสียงในหลอดลม แล้วผ่านมาถึงลำคอ  ลมที่ออกมานี้จะถูกกักกันไว้ในส่วนต่างๆ ของปากบางส่วนหรือถูกกักไว้ทั้งหมด  แล้วจึงปล่อยลมนั้นออกมาทางปากหรือขึ้นจมูกก็ได้  ทำให้เรารู้สึกว่าการออกเสียงพยัญชนะไม่สะดวกเท่ากับการออกเสียงสระ     จุดที่ลมถูกกักกั้นแล้วปล่อยให้ลมออกมานั้นเป็นที่เกิดของเสียงพยัญชนะ   เราเรียกว่า  ที่เกิด  ที่ตั้ง  หรือฐานกรณ์  พยัญชนะมีที่เกิดหลายแห่งดังนี้

๑.  เส้นเสียง  ใช้เส้นเสียงทั้งสองกักลม แล้วปล่อยออกมาเป็นเสียงพยัญชนะ ได้แก่  เสียง  อ  ฮ

๒.  เพดานอ่อน ใช้ลิ้นกับเพดานอ่อนกักลมแล้วปล่อยออกมาจากลำคอ  เป็นเสียงพยัญชนะ

ได้แก่  เสียง  ก  ค  ง  ว

๓.  ปุ่มเหงือก-เพดานแข็ง  ใช้ลิ้นไปแตะปุ่มเหงือก-เพดานแข็งกักลม  แล้วปล่อยลมออกมาเป็น

เสียงพยัญชนะ ได้แก่ เสียง  จ  ช

๔.  เพดานแข็ง  ใช้ลิ้นไปแตะที่เพดานแข็งกักลมแล้วปล่อยลมออกมาก  เป็นเสียงพยัญชนะ ได้แก่

เสียง  ย

๕. ปุ่มเหงือก  ใช้ลิ้นแตะที่ปุ่มเหงือกกักลมแล้วปล่อยออกมาเป็นเสียงพยัญชนะ ได้แก่ ซ  ด  น  ร   ล

๖.  ฟันบน-ปุ่มเหงือก  ใช้ลิ้นไปแตะที่ฟันบน-ปุ่มเหงือกกักลม แล้วปล่อยลมออกมาเป็นเสียง

พยัญชนะ ได้แก่  เสียง ต ท

๗.  ริมฝีปากล่างและฟันบน  ใช้ริมฝีปากล่างกับฟันบนกักลมไว้บางส่วนเกิดเป็นเสียงพยัญชนะ

ได้แก่ เสียง ฟ

๘.  ริมฝีปาก   ใช้ริมฝีปากบนและริมฝีปากล่างกักลมแล้วปล่อยออกมาเป็นเสียงพยัญชนะได้แก่เสียง

บ  ป  พ  ม  ว

คุณสมบัติและประเภทของเสียงพยัญชนะ

๑. คุณสมบัติของเสียงพยัญชนะ  แบ่งเป็น  ๔ ลักษณะ  ดังนี้

๑.๑. พยัญชนะเสียงก้อง คือ เสียงที่เกิดขึ้นจากการถูกลมดันออกมากระทบเส้นเสียง

อย่างแรง  ทำให้เส้นเสียงสะบัดมาก  เสียงที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเสียงก้อง  มี ๑๐ เสียง  คือ บ  ด  อ  ม  ง  ร  ล  ว  ย

๑.๒. พยัญชนะเสียงไม่ก้อง คือ  เสียงที่เกิดจากลมที่ถูกดันออกมาขณะที่เส้นเสียงอยู่ในลักษณะเปิด  ลมพุ่งออกมาโดยสะดวก  ไม่สั่นสะเทือนแรงมากนักจะมีลักษณะเสียงไม่ก้อง  มี  ๑๑ เสียง คือ ก ค ป พ ต ท จ ช ฟ ซ ฮ

๑.๓. พยัญชนะเสียงหนัก คือ  พยัญชนะเสียงไม่ก้อง  ที่ขณะออกเสียงมีลมจำนวนหนึ่งพุ่งออกมาด้วย  มี  ๔  เสียง  คือ  พ  ท  ซ  ค

๑.๔. พยัญชนะเสียงเบา  คือ พยัญชนะที่ขณะออกเสียงไม่มีกลุ่มลมพุ่งตามมามี ๔ เสียง  คือ ป  ต  จ  ก

๒. ประเภทของเสียงพยัญชนะ สามารถแยกได้เป็น  ๖  ประเภท  ดังนี้

๒.๑. เสียงพยัญชนะระเบิด  คือ  พยัญชนะที่เกิดจากลมถูกกักไว้ในช่องปาก  แล้วให้ลมพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว  มี  ๑๑ เสียง  คือ  ก  ค  จ  ช  ด  ต ท บ ป พ อ

๒.๒. พยัญชนะเสียงเสียดแทรก  คือ  พยัญชนะที่เกิดจากลมที่พุ่งออกมา  แล้วถูกบีบตัวให้เสียดแทรกออกมา  เช่น  เสียง  ฟ  ซ  ฮ

๒.๓. พยัญชนะเสียงนาสิก  คือ   พยัญชนะที่เกิดจากลมดันออกมาทางจมูก    เช่น  เสียง ง    ม    น

๒.๔. พยัญชนะเสียงกระทบ  คือ  พยัญชนะที่เกิดจากเสียงที่ลมผ่านออกมาแล้วกระทบลิ้นที่กระดกขึ้นไปแตะปุ่มเหงือกแล้วสะบัดลงอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว ได้แก่   เสียง   ร

๒.๕. พยัญชนะข้างลิ้น  คือ  เสียงพยัญชนะที่เกิดจากลมที่ลิ้นกักเอาไว้  แล้วยกขึ้นไปแตะปุ่มเหงือก  ปล่อยให้ลมออกมาทางข้างลิ้น  เรียกว่า  พยัญชนะข้างลิ้น  ได้แก่  เสียง  ล

๒.๖. พยัญชนะกึ่งสระ  คือ    เสียงพยัญชนะที่เกิดขึ้นจากลำคอและเปล่งเสียงออกมา โดยไม่ถูกสกัดกั้นคล้ายเสียงสระ  ได้แก่  เสียง   ว  ย

                พยัญชนะไทยมี  ๔๔  รูป  มีเสียง  ๒๑  เสียง  เนื่องจากพยัญชนะบางรูปเสียงซ้ำกัน ดังนี้

 

เสียงพยัญชนะไทย  ๒๑  เสียง

รูปพยัญชนะไทย  ๔๔  รูป

๑.ก

๒.ค

ข ฃ  ค ฅ ฆ

๓.ง

๔.จ

๕.ช

ฉ ช ฌ

๖.ซ

ซ ศ ษ ส

๗.ด

ฎ ด  (ฑ  ในบางคำ เช่น มณฑป)

๘.ต

ฏ ต

๙.ท

ฐ ฑ ฒ ท ธ ถ

๑๐.น

ณ น

๑๑.บ

๑๒.ป

๑๓.พ

พ ภ ผ

๑๔.ฟ

ฟ ฝ

๑๕.ม

๑๖.ย

ย ญ

๑๗.ร

๑๘.ล

ล ฬ

๑๙.ว

๒๐.ฮ

ฮ ห

๒๑.อ

พยัญชนะทั้ง  ๒๑  เสียงเป็นพยัญชนะต้นพยางค์ได้ทั้ง  ๒๑  เสียง

เสียงพยัญชนะควบกล้ำ

เสียงพยัญชนะควบกล้ำ   คือ   เสียงพยัญชนะต้นในพยางค์หรือคำที่ออกเสียงพยัญชนะต้น  ๒  เสียงพร้อมกัน โดยมีพยัญชนะ  ร  ล  ว  เป็นตัวควบกล้ำ พยัญชนะควบกล้ำบางครั้งเรียกว่า  อักษรควบแท้  สำหรับคำไทยแท้ มีพยัญชนะควบกล้ำ  ๑๑  เสียงดังนี้

พยัญชนะควบกล้ำ

ตัวอย่างคำ

๑.กร กราบ  เกรง  กรม
๒.กล

กล้า  กลัว  กลืน

๓.กว กว่า  กวาง  กวัก
๔.คร  ขร ครู  เคร่ง  ขรุขระ  ขรัว
๕.คล  ขล คลาน  คล้าย  ขลัง  ขลาด
๖.คว  ขว ควาย  ความ  ขวิด  ขวา
๗.พร พระ  พร้อม  พรุ่ง
๘.พล   ผล พลาด  พลาง  ผลาญ  แผล
๙.ปร ปราง  เปรียบ  แปรง
๑๐.ปล เปลี่ยนแปลง  ปลา
๑๑.ตร

ตรา  ตรวจ  เตรียม

และยังมีเสียงพยัญชนะควบกล้ำต้นพยางค์  ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาอื่น  เช่น

เสียงพยัญชนะควบกล้ำ

ตัวอย่าง

มาจากภาษา

๑. ทร

ภัทรา  อินทรา

สันสกฤต

๒. ฟร

ฟรี

อังกฤษ

๓. ฟล

ฟลุก

อังกฤษ

๔. ดร

ดราฟท์

อังกฤษ

๕. บร

บรั่นดี

อังกฤษ

๖. บล

บล็อก

อังกฤษ

เสียงพยัญชนะท้ายพยางค์

                                เสียงพยัญชนะท้ายพยางค์ หรือมาตราตัวสะกด ในภาษาไทยมี   ๘   เสียง ดังนี้

เสียงพยัญชนะตัวสะกด

มาตรา หรือ แม่

ตัวอย่างคำ

กก

กัก  สุข  โรค  เมฆ

กง

จึง  ขัง  ด่าง

ด (ต)

กด

พูด กิจ คช ก๊าซ กฎ รัฐ ครุฑ วุฒิ รถ บาท รส พัฒน์ ฆาต พิษ พิศ พยาธิ ชัฏ

กน

คน  หาญ  คุณ  พร  ผล  กาฬ

บ  (ป)

กบ

กับ  บาป  ภาพ  กราฟ  โลภ

กม

กลม  ข้าม

เกย

กาย  เขย  คุย

เกอว

ก้าว  เขียว  แมว

 

  เสียงวรรณยุกต์

เสียงวรรณยุกต์  คือ  เสียงที่มีทำนองสูง  ต่ำ เหมือนเสียงดนตรี  เราจะได้ยินเสียงวรรณยุกต์ขณะที่เราออกเสียงพยัญชนะหรือออกเสียงสระ  เสียงวรรณยุกต์ขณะออกเสียงจะใช้ลิ้นเกล่อมเกลาเสียง จึงเกิดเป็นเสียงสูงต่ำ  บางเสียงอยู่ระหว่างเสียงสูงกับเสียงต่ำ  บางทีก็เป็นเสียงต่ำแล้วค่อยๆ เลื่อนไปสู่เสียงสูง  เราเรียกเสียงเสียงสูงต่ำเหมือนเสียงดนตรีนี้ว่า  เสียงวรรณยุกต์  หรือ  เสียงดนตรี

เสียงวรรณยุกต์มี  ๕  เสียง  คือ  เสียงสามัญ  เสียงเอก  เสียงโท  เสียงตรี  และเสียงจัตวา เสียงวรรณยุกต์มีความสำคัญมาก  เพราะเสียงที่มีระดับเสียงต่ำสูงต่างกัน  ทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนไป

เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยมาตรฐาน มี  ๕  เสียง คือ

๑. เสียงสามัญ  คือ เสียงระดับปานกลางและมีระดับคงที่ตลอดไป       แต่ตกตอนท้ายนิดหนึ่ง เช่น กา  นอน  ใน  รัง   ไม่มีรูปวรรณยุกต์  ปรากฏเสียงสามัญเฉพาะในคำเป็นเท่านั้น  คำตายไม่มีเสียงสามัญ

. เสียงเอก  คือ   เสียงที่เริ่มต้นระดับต่ำกว่าเสียงสามัญเล็กน้อย    แล้วลดระดับต่ำกว่าเสียงสามัญ คำเป็น  เสียงคงที่ชั่วระยะหนึ่งแล้วค่อยๆ ลดลงเล็กน้อย    เช่น  ด่าง  แข่ง  ต่อ  สู่  มีรูปวรรณยุกต์เอก (   ่ )   คำตาย เสียงจะคงระดับตลอด เช่น  เด็ก   กัด  จะ  เจ็บ  ไม่มีรูปวรรณยุกต์

๓. เสียงโท คือ เสียงที่เริ่มต้นระดับสูงสุดแล้วค่อยๆ ลดระดับลงมาต่ำที่สุด ในคำที่มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรกลางและสูงจะมีรูปวรรณยุกต์โท  (   ้ )  เช่น ด้าน  ต้าน สู้ ห้า หากพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำคำเป็นจะมีรูปวรรณยุกต์เอก (   ่ )    เช่น  ท่อ  ที่   ย่า  ล่าง  ว่าน   คู่   แม่   แน่น    ถ้าพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำคำตายจะไม่มีรูปวรรณยุกต์  เช่น  ลาด  มาก

๔. เสียงตรี คือ เสียงที่เริ่มต้นสูงกว่าเสียงสามัญเล็กน้อย  คำตาย เสียงคงระดับสูงและตกลงตอนท้ายเล็กน้อย  ในคำที่มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรกลางจะมีรูปวรรณยุกต์ตรี   (   ๊ )  เช่น   ก๊าซ     จ๊ะ   โต๊ะ  โป๊ะ   หากพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำคำตายจะไม่มีรูปวรรณยุกต์   เช่น  คิด ลึก นะ  ส่วน คำเป็น เสียงคงระดับสูงไปตลอดในคำที่มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรกลางจะมีรูปวรรณยุกต์ตรี  (   ๊ ) เช่น  ป๊า  ด๊า  โต๊ะ  ถ้าพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำจะมีรูปวรรณยุกต์โท  (   ้ )   เช่น  รู้   แล้ว   คล้อง   ไว้   ค้าน  แท้

๕. เสียงจัตวา คือ เสียงที่เริ่มในระดับต่ำสุดแล้วลดต่ำลงอีก ต่อจากนั้นเปลี่ยนระดับขึ้นสูงสุด ในคำที่มีพยัญชนะต้นอักษรกลางคำเป็นจะมีรูปวรรณยุกต์จัตวา  (   ๋ ) เช่น  ป๋า   ก๋า  หากพยัญชนะต้นเป็นอักษรสูงคำเป็นจะไม่มีรูปวรรณยุกต์  เช่น หนู  เห็น  เขา  สูง  ไหม 

ลักษณะเสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทย  มี    ๒  พวก  คือ

ก.       วรรณยุกต์เสียงระดับ  มีระดับเสียงค่อนข้างคงที่ไปตลอด  มี  ๓  เสียง  คือ สามัญ  เอก  ตรี

ข.      วรรณยุกต์เสียงเลื่อน มีการเปลี่ยนแปลงระดับเสียง มี  ๒  เสียง คือ โท เลื่อนจากสูงลงต่ำ

จัตวา เลื่อนจากต่ำขึ้นไปสูง

ความสำคัญของเสียงวรรณยุกต์

เสียงวรรณยุกต์เป็นตัวกำหนดความหมายของคำให้มีความแตกต่างกัน และช่วยให้สำเนียงการพูดมีระดับเสียงสูงต่ำเกิดความไพเราะ

ข้อสังเกตเกี่ยวกับวรรณยุกต์

๑. คำไทยทุกคำต้องมีเสียงวรรณยุกต์ คำที่ใช้ในภาษาไทย มีทั้งคำที่มีและไม่มีรูปวรรณยุกต์กำกับ แต่ทุกคำจะต้องมีเสียงวรรณยุกต์ ซึ่งเสียงวรรณยุกต์อาจไม่ตรงกับรูปวรรณยุกต์ที่กำกับอยู่ก็ได้

๑.๑ คำที่มีรูปวรรณยุกต์และเสียงตรงกับรูปวรรณยุกต์  เช่น

- คำว่า  “ การ”                 ไม่มีรูปวรรณยุกต์     เสียงวรรณยุกต์  คือ เสียงสามัญ

- คำว่า “ สิ่ง”   มีรูปวรรณยุกต์เอก   เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงเอก

- คำว่า “ห้าม” มีรูปวรรณยุกต์โท     เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงโท

- คำว่า “โต๊ะ”   มีรูปวรรณยุกต์ตรี     เสียงวรรณยุกต์  คือ เสียงตรี

- คำว่า  “ป๋า”      มีรูปวรรณยุกต์จัตวา  เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงจัตวา

๑.๒. คำที่ออกเสียงวรรณยุกต์ไม่ตรงกับรูปวรรณยุกต์ เช่น

- คำว่า “แพร่ น่า  เที่ยว”   มีรูปวรรณยุกต์เอก แต่ออกเสียงเป็นวรรณยุกต์โท

- คำว่า “น้า    ค้า  ไม้”     มีรูปวรรณยุกต์โท แต่ออกเสียงเป็นวรรณยุกต์ตรี

                        ๑.๓. คำในภาษาไทยทุกคำจะมีเสียงวรรณยุกต์ทั้งหมด แม้ว่าคำนั้นจะไม่มีรูปวรรณยุกต์ก็ตาม เช่น

- คำว่า “ ยาย” ไม่มีรูปวรรณยุกต์  เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงสามัญ

- คำว่า “ปัด” ไม่มีรูปวรรณยุกต์ เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงเอก

- คำว่า “นาค” ไม่มีรูปวรรณยุกต์ เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงโท

- คำว่า “คิด” ไม่มีรูปวรรณยุกต์ เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงตรี

- คำว่า “สาย”  ไม่มีรูปวรรณยุกต์ เสียงวรรณยุกต์ คือ เสียงจัตวา

             ๒. คำที่ประสมด้วยสระเสียงยาว เมื่อเติมวรรณยุกต์แล้ว อาจจะออกเสียงสั้น หรืออาจจะคงเสียงยาวตามเดิมก็ได้

๒.๑. เติมรูปวรรณยุกต์แล้วออกเสียงสั้น เช่น  เดน –  เด่น, เลน –  เล่น

๒.๒. เติมรูปวรรณยุกต์แล้วยังคงออกเสียงยาวตามเดิม เช่น หาม  – ห้าม, ดวง – ด้วง

พยางค์  และคำ

          ความหมายของพยางค์

          พยางค์เกิดจากการเปล่งเสียงพยัญชนะ เสียงสระและเสียงวรรณยุกต์ตามกันออกมาอย่างกระชั้นชิด จนฟังดูเหมือนกับเปล่งเสียงออกมาในครั้งเดียวกัน   ซึ่งเรียกว่า   การประสมเสียงในภาษา เสียงที่เกิดจากการประสมเสียง จึงเรียกว่า พยางค์

พยางค์  คือ เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ  ซึ่งมีเสียงพยัญชนะต้น เสียงสระ  เสียงวรรณยุกต์และบางพยางค์อาจจะมีเสียงพยัญชนะท้าย  พยางค์อาจจะเป็นคำก็ได้ถ้าพยางค์นั้นมีความหมาย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

กิน           เป็น  ๑  พยางค์  ๑  คำ

สามี         เป็น  ๒  พยางค์  ๑  คำ

นาฬิกา     เป็น  ๓  พยางค์  ๑  คำ

          องค์ประกอบของพยางค์

พยางค์ในภาษาไทยมีองค์ประกอบสำคัญอย่างน้อย ๓ ส่วน คือ

เสียงพยัญชนะต้น ได้แก่ เสียงพยัญชนะที่เปล่งออกมาก่อนเสียงอื่น พยัญชนะต้นอาจเป็นพยัญชนะต้นเดี่ยว หรือพยัญชนะต้นควบ เช่น ก้าง กับ กว้าง ตัวอักษรที่พิมพ์ตัวหนาเป็นพยัญชนะต้นเดี่ยวและต้นควบตามลำดับ

. เสียงสระ ได้แก่ เสียงที่ออกตามเสียงพยัญชนะอย่างรวดเร็ว ทำให้พยัญชนะต้นออกเสียงได้ชัดเจน เสียงสระอาจเป็นสระเดี่ยวเสียงสั้น สระเดี่ยวเสียงยาว หรือสระประสมเสียงใดเสียงหนึ่ง

เสียงวรรณยุกต์ ได้แก่  เสียงสูงต่ำที่เปล่งออกมาพร้อม ๆ กับเสียงสระ

นอกจากนี้พยางค์บางพยางค์อาจมีองค์ประกอบเพิ่มขึ้นอีก ๑ ส่วน คือ เสียงพยัญชนะท้ายหรือเสียงตัวสะกด

พยัญชนะสะกดในภาษาไทยมี เสียง ได้แก่ เสียงพยัญชนะในแม่ กก กด กบ กง กน กม เกย เกอว ดังนี้

เสียงสะกดแม่ กก ได้แก่ พยัญชนะสะกดที่มีเสียงเหมือนเสียง ก สะกด เช่น พก  มุข  นาค  เมฆ

. เสียงสะกดแม่ กด ได้แก่ พยัญชนะสะกดที่มีเสียงเหมือน ด สะกด เช่น มด  ราชกิจ  ทศพิต  คช ก๊าซ  เศษ อาพาธ  อากาศ โอกาส  พัฒนา

เสียงสะกดแม่ กบ ได้แก่ พยัญชนะสะกดที่มีเสียงเหมือน  บ สะกด  เช่น ปรับ  บาป  ภาพ  กราฟ

เสียงสะกดแม่ กง ได้แก่ พยัญชนะสะกดที่มีเสียง  ง สะกด เช่น  คง  พง  ปลง

เสียงสะกดแม่  กน  ได้แก่ พยัญชนะสะกดที่มีเสียงเหมือน  น สะกด  เช่น ทน หล  กร กาฬ  หาญ  ไพรสณฑ์

เสียงสะกดแม่  กม  ได้แก่ พยัญชนะสะกดที่มีเสียง ม สะกด  เช่น กลม บังคม  ธรรม

๗.  เสียงสะกดแม่   เกย  ได้แก่  พยัญชนะที่มีเสียง   ย  สะกด  เช่น  เชย    เลย   กาย   ขาย    โกย

๘.  เสียงสะกดแม่   เกอว  ได้แก่  พยัญชนะที่มีเสียง   ว  สะกด  เช่น  ขาว   แล้ว   เสียว    เอว   เร็ว

พยางค์ที่ไม่มีพยัญชนะท้าย  เรียกว่า   พยางค์เปิด

                                พยางค์ที่มีพยัญชนะท้าย  เรียกว่า   พยางค์ปิด

            องค์ประกอบของคำ

                        คำมีองค์ประกอบเช่นเดียวกับพยางค์ คือ

๑. เสียงพยัญชนะต้น

๒. เสียงสระ

๓. เสียงวรรณยุกต์

๔.เสียงพยัญชนะท้าย หรือเสียงมาตราตัวสะกด ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มี ก็แล้วแต่คำ

๕.ความหมาย ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของคำที่ต้องมี

คำอาจมีพยางค์เดียว หรือหลายพยางค์ก็ได้

คำพยางค์เดียว เช่น  ลุง  ป้า  น้า  พ่อ  แม่  พี่  น้อง  กิน  นั่ง  นอน  เดิน

คำหลายพยางค์ เช่น  บิดา  มารยาท  ศีรษะ  นาฬิกา  สบาย  ทะเล

 

อักษรแทนเสียงสระ

       รูปสระ  คือ  ส่วนประกอบของเครื่องหมายที่ใช้เขียนแทนเสียงสระ  มีทั้งหมด ๒๑ รูป  ซึ่งมีชื่อ  วิธีการเขียนและวิธีใช้ดังนี้

รูปที่

รูป

ชื่อรูป

วิธีใช้

วิสรรชนีย์ ใช้เป็นสระอะ เมื่ออยู่หลังพยัญชนะ   เช่น    จะ   มะ  และใช้ประสมกับสระรูปอื่นให้เป็นเสียงสระอื่น  เช่น  เละ  แกะ โต๊ะ  เอียะ  อัวะ

ไม้ผัด ไม้หันอากาศ ใช้เขียนบนพยัญชนะแทนเสียงสระอะเมื่อมีตัวสะกด เช่น  จัด  และประสมกับสระรูปอื่น  เช่น  วัว  ผัวะ

ไม้ไต่คู้ ใช้เขียนไว้บนพยัญชนะที่ประสมกับรัสสระที่มีวิสรรชนีย์  เพื่อแทนวิสรรชนีย์เมื่อมีตัวสะกด  เช่น  เป็ด (เปะ+ด) และใช้แทนสระเอาะที่มีวรรณยุกต์โท  ซึ่งมีคำเดียวคือคำว่า ก็ (เก้าะ)

ลากข้าง ใช้เป็นสระอา  สำหรับเขียนหลังพยัญชนะและใช้ประสมกับรูปสระรูปอื่นเป็นสระ เอาะ อำ เอา เช่น  เงาะ  นำ   เรา

พินทุ์อิ ใช้เป็นสระอิ  สำหรับเขียนไว้บนพยัญชนะ เช่น ทิ  ปริ และใช้ประสมกับสระรูปอื่นให้เป็นสระ อี อือ เอียะ เอีย เอือะ  เอือ เช่น มี  คือ เกี๊ยะ เมีย  เรือ

ฝนทอง ใช้เขียนไว้ข้างบนพินทุ์อิ  ทำให้เป็นสระอี  เช่น ดี  สี  ผี

ฟันหนู ใช้เขียนไว้ข้างบนพินทุ์อิเป็นสระอือ  เอือะ  เอือ  เช่น  คือ  เสือ

 

หยาดน้ำค้างนฤคหิต ใช้เขียนไว้ข้างบนลากข้าง  ทำให้เป็นสระอำ ( ำ) และเขียนบนพินทุ์อิ เป็นสระอึ  เช่น  คำ  นำ ปรึกษา  ศึกษา

รูปที่

รูป

ชื่อรูป

วิธีใช้

ตีนเหยียด ใช้เป็นสระอุ  เขียนไว้ข้างล่างตรงเส้นหลังของพยัญชนะเช่น จุ

๑๐

ตีนคู้ ใช้เป็นสระอู เขียนไว้ข้างล่างตรงเส้นหลังของพยัญชนะต้น  เช่น  ครู

๑๑

ไม้หน้า ใช้เป็นสระเอ  สำหรับเขียนไว้ข้างหน้าพยัญชนะ  เช่น  เกเร  ถ้าใช้สองรูปด้วยกันจะเป็นสระแอ  และใช้ประสมกับสระรูปอื่นให้เป็นสระอื่น  เช่น  เอือ  เอา  เออะ  เอียะ  เอีย   เอาะ  แอะ

๑๒

ไม้ม้วน ใช้เป็นสระใอ  สำหรับเขียนไว้หน้าพยัญชนะ  เช่น  ใช่   ให้  ใน  มีใช้เฉพาะคำไทยจำนวน   ๒๐   เท่านั้น

๑๓

ไม้มลาย ใช้เป็นสระไอ  สำหรับเขียนไว้ข้างหน้าพยัญชนะ  เช่น  ไป  ไหน ฯลฯ

๑๔

ไม้โอ ใช้เป็นสระโอ  สำหรับเขียนไว้ข้างหน้าพยัญชนะ  เช่น  โต  โค  ใช้ประสมกับวิสรรชนีย์ทำให้เป็นสระ  โอะ เช่น  โต๊ะ  โละ

๑๕

ตัวรึ ใช้เป็นสระ ฤ จะใช้โดดๆ เช่น ฤดี   หรือจะใช้ประสมกับพยัญชนะ (ต้องเขียนไว้หลังพยัญชนะ) และออกเสียงสระได้หลายเสียง  ออกเสียงเป็น  ริ  เช่น  กฤตพล    ออกเสียงเป็น  รึ  เช่น  ฤดี หฤทัย  พฤกษาคม  ออกเสียงเป็น  เรอ  เช่น  ฤกษ์

๑๖

ฤๅ

ตัวรือ ใช้เป็นสระ ฤๅ ใช้โดดๆ เช่น   ฤๅไม่  หรือใช้เป็นพยางค์หน้าของคำ  เช่น  ฤๅษี

๑๗

ตัวลึ ใช้เป็นสระ ฦ  (ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว)

๑๘

ฦๅ

ตัวลือ ใช้เป็นสระ ฦๅ  (ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว)

๑๙

ตัวยอ ใช้ประสมกับรูปสระรูปอื่น  ทำให้เป็นสระอื่น  เช่น  สระเอีย  เอียะ

๒๐

ตัววอ ใช้ประสมกับสระรูปอื่น เป็นสระ  อัวะ  อัว

๒๑

ตัวออ ใช้เขียนหลังพยัญชนะเป็นสระ ออ  และประสมกับรูปสระรูปอื่น เป็นสระ อือ เออะ  เอือะ  เอือ

การใช้รูปสระ

สระ ๒๑ รูป  ใช้เขียนแทนเสียงสระ  ๓๒ เสียง  บางเสียงใช้สระรูปเดียว  บางเสียงใช้สระหลายรูปประกอบกันดังนี้

เสียง

รูป

จำนวนรูป

๑. อะ

-ะ

๒. อา

-า

๓. อิ

-ิ

๔. อี

-ิ   ่

๕. อึ

-ิ  ํ

๖. อื

-ิ   “

๗. อุ

-ุ

๘. อู

-ู

๙. เอะ

เ-ะ

๑๐. เอ

๑๑. แอะ

แ-ะ

๑๒. แอ

๑๓. เอียะ

เ-ิ  ่ ยะ

๑๔. เอีย

เ-ิ  ่ ย

๑๕. เอือะ

เ-ิ  ” อ ะ

๑๖. เอือ

เ-ิ  ” อ

๑๗. อัวะ

ั  ว  ะ

๑๘. อัว

ั  ว

๑๙. โอะ

โ  ะ

๒๐. โอ

๒๑. เอาะ

เ  า  ะ

๒๒. ออ

๒๓. เออะ

เ  อ ะ

๒๔. เออ

เ  อ

๒๕. อำ (อะ+ม สะกด)

ํา

๒๖. ไอ(อะ+ย สะกด)

๒๗. ใอ(อะ+ย สะกด)

๒๘. เอา (อะ+ว สะกด)

เ   า

๒๙. ฤ (อิ อึ เออ มี ร ประสม)

๓๐. ฤๅ(อือ มี ร ประสม)

ฤๅ

๓๑. ฦ (อึ มี ล ประสม)

๓๒. ฦๅ(อือ มี ล ประสม)

ฦๅ

สระมี    ๒๑    เสียง        ตามที่กล่าวมาแล้วในเรื่องเสียงสระ      แต่ในระบบการเขียนหนังสือไทย  มีการบัญญัติรูปสระเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ     เพื่อใช้เขียนแทนเสียงสระบางเสียงได้มากรูปขึ้น    รูปและเสียงสระที่บัญญัติขึ้นเป็นพิเศษนี้เรียกว่า  สระที่มีพยัญชนะมาประสมหรือสระเกิน  ๘ ตัว (และสระประสมเสียงสั้นอีก   ๓  เสียงซึ่งนักภาษาศาสตร์ปัจจุบันไม่นับเป็นเสียงสระ เพราะไม่มีคำคู่เทียบเสียง จึงถือว่าสระประสมมีแค่  ๓  เสียง )

วิธีใช้สระ

เมื่อพยัญชนะประสมกับสระและมีตัวสะกด  จะมีวิธีใช้สระหลายวิธี  ดังนี้

. คงรูป  คือเขียนรูปสระให้ปรากฏครบถ้วน  ได้แก่  -า , – ิ,  – ี,  – ,  – ,  –  , เ- , แ- , โ- , -อ , เ – ย ,    เ  -อ      เช่น        น  +  -า  + ง      =          นาง

ก  +  – ิ   + น  =          กิน

ย  +  – อ + ม     =          ยอม

ถ  +  แ- +  ว      =          แถว

. แปลงรูป  คือ  แปลงสระเดิมให้เป็นอีกรูปหนึ่ง  ได้แก่  -ะ , เ-ะ , แ-ะ , เ-อ  เช่น

จ  +  -ะ  +  บ    =          จับ  (แปลงวิสรรชนีย์เป็นไม้หันอากาศ)

ด  +  เ-ะ +  ก    =          เด็ก (แปลงวิสรรชนีย์เป็นไม้ไต่คู้)

ข  + แ-ะ +  ง     =          แข็ง (แปลงวิสรรชนีย์เป็นไม้ไต่คู้)

ก  + เ-อ  +  น    =          เกิน (แปลงตัวออเป็นพินทุ์อิ)

. ลดรูป  คือไม่ต้องเขียนรูปสระให้ปรากฏ  หรือปรากฏบางส่วนแต่ยังคงต้องออกเสียงให้ตรงกับรูปสระที่ลดนั้น  การลดรูปมี ๒ วิธีคือ

๓.๑    ลดรูปทั้งหมด  ได้แก่  โ-ะ, -อ  เช่น

ด  +  โ-ะ + ก      =   ดก

ก  +   -อ  + ร     =   กร  (เมื่อมีตัว  ร  สะกดเท่านั้น)

๓.๒  ลดรูปบางส่วน  ได้แก่    สระที่ลดรูปไม่หมดเหลือไว้บางส่วน  เช่น

ล  +  เ-อ  +  ย    =  เลย   (เมื่อตัว  ย  สะกด จะลดรูปตัว อ เหลือไว้แต่ไม้หน้า  เช่น  เกย  เชย เตย  เฉย  เอย  เนย  เงย )

ส  +   – ั ว  +  น          =  สวน             (ลดไม้หันอากาศ    คงเหลือไว้แต่ตัว  ว   เช่น   กวน

รวน  นวล    ชวน  ควร  มวน  อวน  หวน)

. เติมรูป  คือ  เพิ่มรูปนอกเหนือจากที่มีอยู่แล้ว  ได้แก่   –      ที่ใช้ ในแม่ ก กา จะเติม  -อ  เช่น

ถ  +   –   =    ถือ

ม  +  –   =     มือ        (บางท่านเรียก  อ  ว่า  อ  เคียง)

. ลดรูปและแปลงรูป      ก  +  เ-าะ +     =  ก็ (ลดรูป  เ-าะ และรูปวรรณยุกต์     แล้วแปลงเป็น     )

น  +  เ-าะ + ก  =  น็อก  (ลดรูป  เ-าะ  แล้วแปลงเป็น     อ )

สระที่มีตำแหน่งอยู่บนหรือล่างของพยัญชนะ  ต้องเขียนตรงกับเส้นหลังของพยัญชนะต้นเสมอ

สระเกิน  คือ  สระที่มีเสียงพยัญชนะประสมอยู่ด้วย  นักภาษาศาสตร์ไม่นับสระเกินว่าเป็นสระ

ตำแหน่งรูปสระ

รูปสระ ๒๑ รูป  เมื่อประสมกับพยัญชนะต้น  จะวางไว้ในตำแหน่งที่ต่างๆ ดังนี้

. สระหน้า  เป็นสระที่วางอยู่หน้าพยัญชนะต้น  ได้แก่  เ-  แ-  โ- ไ- ใ-  ตัวอย่าง เช่น   เกเร แต่  แก่

โต  ไม้   ใช้  ใกล้

. สระหลัง  เป็นสระที่วางอยู่หลังพยัญชนะต้น  ได้แก่   -ะ   -า    -อ  ฤ   -ว  ตัวอย่าง เช่น  พระ  มารดา  พ่อ  ฤกษ์  กวน

๓. สระบนหรือสระเหนือ  เป็นสระที่วางอยู่บนพยัญชนะต้น  ได้แก่  -ั    -ิ     -ี     -ึ   -ื  -็  ตัวอย่างเช่น  กัด  กิน  ขีด  ปรึกษา  ขืน  ก็

๔ สระใต้หรือสระล่าง  เป็นสระที่วางไว้ใต้พยัญชนะต้น  ได้แก่   -ุ    -ู   ตัวอย่างเช่น   หมู  หนู   ดุ    พลุ

๕. สระหน้าและหลัง  เป็นสระที่วางไว้หน้าและหลังพยัญชนะต้น  ได้แก่     เ-า    แ-ะ   โ-ะ     เ-ะ     เ-าะ     เ-อะ    เ-อ   ตัวอย่างเช่น  เมาเหล้า  เจอะเจอ  โต๊ะ  เละเทะ  เกาะ เงาะ  เยอะแยะ

๖. สระบนและหลัง  เป็นสระที่วางไว้บนและหลังพยัญชนะต้น  ได้แก่    -ัวะ   -ัว    -ำ  ตัวอย่าง  เช่น  ลัวะ  กลัว  จำนำ

๗. สระหน้า บนและหลัง  เป็นสระที่วางอยู่หน้า  บน  และหลังพยัญชนะต้น  ได้แก่      เ-ียะ   เ-ีย      เ-ือะ     เ-ือ   ตัวอย่างเช่น  เกี๊ยะ  เมีย  เสือ

๘. สระหน้าและบน  เป็นสระที่วางไว้หน้าและบนพยัญชนะต้น  ได้แก่    เ-ิ     เ-็   ตัวอย่างเช่น  เกิด  เกิน  เป็ด  เช็ด

                ๙. สระที่อยู่ได้ตามลำพังไม่ต้องประสมกับพยัญชนะต้น  เช่น  ฤ  ฤๅ

  อักษรแทนเสียงพยัญชนะ

หน้าที่ของพยัญชนะ

พยัญชนะทำหน้าที่ในพยางค์หลาย   ประการ  เช่น

๑.    ทำหน้าที่เป็นพยัญชนะต้นพยางค์

๒.   ทำหน้าที่เป็นพยัญชนะท้ายพยางค์

๓.          ทำหน้าที่รักษารูปศัพท์เดิม

๔.   ทำหน้าที่เป็นอักษรย่อ

๑. ทำหน้าที่เป็นพยัญชนะต้นพยางค์

พยัญชนะต้นเป็นเสียงพยัญชนะที่อยู่ต้นพยางค์  พยัญชนะทุกตัวของไทย  ยกเว้น  ฃ  ฅ  ซึ่งเลิกใช้แล้ว  ทำหน้าที่เป็นพยัญชนะต้นได้  และพยัญชนะต้นอาจเป็นพยัญชนะต้นตัวเดียว  หรือพยัญชนะต้นสองตัวประสมกันซึ่งแบ่งเป็นอักษรควบ  และอักษรนำอักษรตาม

๑.๑  พยัญชนะต้นตัวเดียว  เป็นพยัญชนะต้นตัวเดียวที่อยู่ต้นพยางค์  เช่น  กิน  ข้าว  ไป  จะ

มีพยัญชนะต้นตัวเดียว  คือ  ก  ข  ป  พยัญชนะไทย  ๒๑  เสียงเป็นพยัญชนะต้นได้ทุกเสียง  ดังต่อไปนี้

 

 

 

 

เสียงพยัญชนะไทย  ๒๑  เสียง

รูปพยัญชนะไทย  ๔๔  รูป

ตัวอย่างคำ

๑.ก

กาง  กาน   เกิน   เก็บ   กอบ

๒.ค

ข ฃ  ค ฅ ฆ

ขัน  ขำ  โคน  คอก    ฆ้อง

๓.ง

เงิน   งาน    งาม   งู    งง

๔.จ

จาน   เจิม    เจียว    ใจ   จึง

๕.ช

ฉ ช ฌ

ฉัน   ฉิ่ง   ช้าง   ชม    เฌอ

๖.ซ

ซ ศ ษ ส

ซุง   ซ้ำ   ศอก  ศึก  ษา    สาร   สืบ

๗.ด

ฎ ด  (ฑ  ในบางคำ เช่น มณฑป)

(ทฤษ)ฎี   ฎี(กา)   เด็ก    ดี    แดง   (มณ)ฑป  (บัณ) เฑาะว์

๘.ต

ฏ ต

(กุ)ฏิ   ตัว  ตาย   ต้น   เติม

๙.ท

ฐ ฑ ฒ ท ธ ถ

ฐาน   (มณ)ฑา  เฒ่า   ถึง  ไทย  เธอ

๑๐.น

ณ น

ณ    เณร   นาย  น้ำ    นอง

๑๑.บ

บิน  บ้าน   เบิก   แบบ    บีบ

๑๒.ป

ปาด   ไป   ปวด   ปอด   เป็น

๑๓.พ

พ ภ ผ

พ่อ   เพียง  ภาพ  ภพ  ผ่าน  ผืน

๑๔.ฟ

ฟ ฝ

ฟัน   ฟาด   ฟ้อง    ฝ่า  ฝาก  ฝี

๑๕.ม

ม้า  มาร   มอง    มี    เมิน

๑๖.ย

ย ญ

ยาง   ยืด   ยืม    ญาติ   (สัญ)ญา

๑๗.ร

เรือ   เร็ว    ร่าง    ร้าย   โรง

๑๘.ล

ล ฬ

ลิง   ล่าง  โลง    เลีย   (กี)ฬา

๑๙.ว

ว่า    วัง   วาง    ไว้   วัย

๒๐.ฮ

ฮ ห

เฮ  ฮา   ฮูก   ฮั้ว   หัว   หู   แห

๒๑.อ

อ่าง   เอา   เอง  เอว    โอ่ง

๑.๒  พยัญชนะต้นสองตัว เป็นพยัญชนะต้นสองตัวประสมกัน  ดังนี้

๑.๒.๑. อักษรควบ  คือ  พยัญชนะสองตัวประสมสระเดียวกัน  ออกเสียงเป็นพยางค์เดียว  แบ่งออกเป็น  อักษรควบแท้  และอักษรควบไม่แท้

ก.อักษรควบแท้  คือ  พยัญชนะสองตัว  ตัวหลังเป็น  ร  ล  หรือ  ว  ประสมสระเดียวกัน

ออกเสียงควบกล้ำพร้อมกันทั้งสองตัว         เมื่อควบกล้ำกันแล้วจะอยู่ในตำแหน่งต้นพยางค์เสมอ  สำหรับคำไทยแท้พยัญชนะควบกล้ำหรืออักษรควบแท้  มีดังนี้

 

 

 

รูปพยัญชนะ

ตัวอย่าง

๑.       กร

๒.       กล

๓.       กว

๔.       คร ขร

๕.       คล ขล

๖.       คว ขว

๗.       พร

๘.       พล ผล

๙.       ปร

๑๐.    ปล

๑๑.    ตร

กรู  เกรง   กราม

กล้ำ  กลืน  กลม

กวาง  แกว่ง  ไกว

ครู  เคร่ง    ครัว     ขรุขระ   ขรัว

คลอง  คลี่   คลาย  ขลัง  ขลาด   โขลง

ควาย  ความ    คว้า   ขวา  ขวิด  ขวาน

พร้า  พร้อม    ไพร

เพลง  พลาง  แผล  ผลัด

ปรี่  เปรียบ  ปราง

ปลอม  แปลง    แปลก

ตรา  เตรียม  ตรู่

และยังมีเสียงพยัญชนะควบกล้ำต้นพยางค์ ซึ่งมาจากภาษาอื่น  เช่น

รูปพยัญชนะ

ตัวอย่าง

๑.       ทร

๒.       ฟร

๓.       ฟล

๔.       ดร

๕.       บร

๖.       บล

จันทรา  อินทรา (สันสกฤต)

ฟรี                     (ภาษาอังกฤษ)

ฟลุก                  (ภาษาอังกฤษ)

ดราฟท์             (ภาษาอังกฤษ)

บรั่นดี               (ภาษาอังกฤษ)

บล็อก               (ภาษาอังกฤษ)

ข.อักษรควบไม่แท้  คือ  พยัญชนะสองตัว    ตัวหลังเป็น     ร      ประสมสระเดียวกัน

แต่ออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัวหน้าหรือเปลี่ยนเสียงพยัญชนะทั้งสองตัวนั้นเป็นอย่างอื่น  ซึ่งมีเฉพาะ    ทร ออกเสียงเป็น    ซ         เช่น

จริง                                        ออกเสียง              จิง

ไซร้                        ออกเสียง               ไซ้

ศรี                           ออกเสียง               สี

สรง                        ออกเสียง               สง

ทรง                        ออกเสียง               ซง

ทราบ                      ออกเสียง               ซาบ

๑.๒.๒. อักษรนำ-อักษรตาม  คือ  พยัญชนะสองตัวอยู่ในตำแหน่งพยัญชนะต้น มี   ๒  ลักษณะคือ

ก. ออกเสียงสองพยางค์  พยางค์หน้าหรืออักษรนำออกเสียงสระอะกึ่งมาตรา  คือ  ออกเสียงสระอะไม่เต็มที่  พยางค์หลังหรืออักษรตามออกเสียงตามสระที่ประสมอยู่  พยางค์หลังหรืออักษรตามที่เป็นอักษรเดี่ยวต้องออกเสียงวรรณยุกต์ตามพยางค์หน้าหรืออักษรนำที่เป็นอักษรกลางหรืออักษรสูง

 

กนก                       อ่านว่า                    กะ-หฺนก

จรัส                        อ่านว่า                    จะ-หฺรัด

จรวด                      อ่านว่า                    จะ-หฺรวด

ฉลาด                      อ่านว่า                    ฉะ-หฺลาด

ผลิต                        อ่านว่า                    ผะ-หฺลิด

ฉลอง                     อ่านว่า                    ฉะ-หลอง

ตวาด                      อ่านว่า                    ตะ-หฺวาด

แสวง                      อ่านว่า                    สะ-แหฺวง

ข. ออกเสียงพยางค์เดียว  อักษรนำและอักษรตามทำหน้าที่เป็นพยัญชนะต้นออกเสียงพยางค์เดียว  คือ  อ นำ ย ซึ่งมีอยู่  ๔  คำ  คือ  อย่า  อยู่  อย่าง  อยาก  และ ห นำอักษรต่ำเดี่ยว ออกเสียงพยางค์เดียวโดยใช้เสียงพยัญชนะต้นตาม  ย  หรืออักษรต่ำเดี่ยว  แต่ผันเสียงวรรณยุกต์ตามอักษรนำ อ  หรือ ห

อย่า         อ่านว่า                    หฺย่า                                        อยู่           อ่านว่า                    หฺยู่

อย่าง       อ่านว่า                    หฺย่าง                                      อยาก      อ่านว่า                    หฺยาก

หงาย      อ่านว่า                    หฺงาย                                      หญ้า       อ่านว่า                    หฺย้า

หนา       อ่านว่า                    หฺนา                                       หมอง    อ่านว่า                   หฺมอง

                ๒.ทำหน้าที่เป็นพยัญชนะท้ายพยางค์

พยัญชนะท้ายพยางค์ที่ออกเสียงหรือพยัญชนะสะกด  มี  ๘  เสียงหรือ    ๘    แม่  หรือ  ๘  มาตรา  แต่ละแม่อาจใช้พยัญชนะเดี่ยวๆ พยัญชนะหลายตัว  หรือพยัญชนะที่มีสระกำกับได้ต่างๆ ดังนี้

                ๒.๑. แม่กก  ใช้  ก ข ค ฆ  เป็นตัวสะกด  เช่น  รัก  นก  เลข  สุข  นาค  บุคคล  เมฆ   ตัวสะกดอาจมี  ร   สะกดควบด้วยแต่ไม่ออกเสียง  เช่น  จักร  สมัคร

                ๒.๒. แม่กง  ใช้  ง  สะกด  เช่น  กาง  ขัง  โรง  โลง

                ๒.๓. แม่กด  ใช้    จ  ช  ซ  ฎ  ฏ  ฐ  ฑ  ฒ  ด  ต  ถ  ท  ธ  ศ  ษ  ส เป็นตัวสะกด  เช่น  กาจ  อาจ  ราช  รัช ก๊าซ  กฎ  ปรากฏ  ครุฑ  วัฒนา  พลาด  มรกต  รถ  บาท  พุธ  อากาศ  กระดาษ  โอกาส  แก๊ส   ตัวสะกดอาจมี  ร สะกดควบด้วยแต่ไม่ออกเสียง  เช่น  มิตร  เพชร  นริศร  สมุทร  และตัวสะกดอาจมีสระกำกับด้วย  เช่น  เหตุ  ชาติ  พยาธิ

๒.๔. แม่กน  ใช้  น  ณ  ญ  ร  ล  ฬ  เป็นตัวสะกด  เช่น  คน  นอน  คุณ  หาญ  บุญ  พร  ผล  กาล  การ  วาฬ  กาฬ

                ๒.๕. แม่กบ  ใช้  บ  ป  พ  ฟ  ภ  เป็นตัวสะกด  เช่น  กบ  ลาบ  บาป  รูป  ภาพ  ศพ  กราฟ  ยีราฟ  ลาภ  โลภ

๒.๖. แม่กม  ใช้  ม  เป็นตัวสะกด  เช่น  งม  นม  ขาม  กราม  ความ  ครีม

๒.๗. แม่เกย  ใช้  ย  เป็นตัวสะกด  เช่น  ควาย  เลข  กาย  จ่าย

๒.๘. แม่เกอว  ใช้  ว  เป็นตัวสะกด  เช่น  กาว  เขียว  เหว  หาว  ราว

                พยัญชนะที่ไม่ใช้เป็นตัวสะกดมี  ๙ ตัว  คือ  ฃ  ฅ  ฉ  ฌ  ผ  ฝ  ห  อ  ฮ

มาตราแม่ ก กา  คือ  พยางค์ที่ไม่มีตัวสะกด  คำในมาตราแม่ ก กา เป็นคำที่ประสมด้วยพยัญชนะต้น  สระ  และวรรณยุกต์เท่านั้นไม่มีพยัญชนะท้ายพยางค์    เช่น  มานีพามาลามาหาป้ามาลีเมียตาสีมาดูหมีที่ป่าช้า

๓.ทำหน้าที่รักษารูปศัพท์เดิม

พยัญชนะที่ทำหน้าที่รักษารูปศัพท์เดิม  ส่วนมากจะเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น ซึ่งจะไม่ออกเสียงมี   ๒  ลักษณะ  คือ

๓.๑  มีไม้ทัณฑฆาตกำกับ   หรือตัวการันต์  อาจเป็นพยัญชนะตัวเดียว  พยัญชนะหลายตัว

หรือพยัญชนะที่มีรูปสระกำกับก็ได้  คำที่มีตัวการันต์ส่วนมากเป็นคำที่มาจากภาษาอื่น  ซึ่งเดิมออกเสียงทุกพยางค์

๓.๑.๑  ตัวการันต์ที่เป็นพยัญชนะตัวเดียว  เช่น  บัลลังก์  ศุกร์  องค์  สังข์  สงฆ์

๓.๑.๑   ตัวการันต์ที่เป็นพยัญชนะหลายตัว  เช่น

- การัตน์  ๒  ตัว  เช่น    จันทร์  ยนตร์  ลักษณ์

- การันต์ ๓  ตัว      เช่น    พระลักษมณ์

๓.๑.๓  ตัวการันต์ที่มีสระกำกับ  เช่น   พันธุ์     สิทธิ์    บาทบงสุ์    โพธิ์

๓.๒ ไม่มีไม้ทัณฑฆาตกำกับ  เป็นพยัญชนะที่ไม่ออกเสียง    นอกจากตัวการันต์  อักษรควบ

ไม่แท้    อ นำ ย หรือ ห นำอักษรเดี่ยวแล้ว   ยังมีพยัญชนะบางตัวที่ไม่ออกเสียง  ได้แก่  พยัญชนะที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังนี้

๓.๒.๑. อยู่หน้าพยัญชนะสะกด  เช่น

เกียรติ                     พยัญชนะที่ไม่ออกเสียงคือ               ร

มารค                      พยัญชนะที่ไม่ออกเสียงคือ               ร

พราหมณ์              พยัญชนะที่ไม่ออกเสียงคือ               ห

๓.๒.๒.  อยู่หลังพยัญชนะสะกด  เช่น

จักร                         พยัญชนะที่ไม่ออกเสียงคือ               ร

สมัคร                     พยัญชนะที่ไม่ออกเสียงคือ               ร

พุทธ                       พยัญชนะที่ไม่ออกเสียงคือ               ธ

สมุทร                     พยัญชนะที่ไม่ออกเสียงคือ               ร

พยัญชนะที่ทำหน้าที่รักษารูปศัพท์เดิม  ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น   เดิมจะออกเสียงควบกับพยัญชนะตัวอื่น  หรือออกเสียงแยกเป็นอีกพยางค์หนึ่ง  แต่เมื่อถูกยืมมาใช้ในภาษาไทยจะไม่ออกเสียงพยัญชนะตัวนั้นๆ

.   ทำหน้าที่เป็นอักษรย่อ     

                พยัญชนะที่ทำหน้าที่เป็นอักษรย่อ  ส่วนมากใช้ในภาษาที่ไม่เป็นแบบแผน  เพื่อต้องการย่อคำยาวๆ ให้สั้นลง และคำที่ใช้เป็นประจำ  เช่น

พ.ศ.               เป็นอักษรย่อของคำ            พุทธศักราช

ผ.อ.                                เป็นอักษรย่อของคำ            ผู้อำนวยการ

ร.อ.                                เป็นอักษรย่อของคำ            ร้อยเอก

ร.ร.                 เป็นอักษรย่อของคำ            โรงเรียน

                ไตรยางศ์

รูปพยัญชนะ พยัญชนะไทยมีทั้งหมด ๔๔ รูป ซึ่งจัดเป็นวรรคต่าง ๆ ตามแหล่งกำเนิดของเสียง

ได้ดังต่อไปนี้

วรรค

แถวที่  ๑

แถวที่  ๒

แถวที่  ๓

แถวที่  ๔

แถวที่  ๕

แหล่งกำเนิดเสียง

วรรค  ก

ข   ฃ

ค   ฅ

เกิดจากฐานคอ
วรรค  จ

เกิดจากฐานเพดาน
วรรค  ฎ

ฎ  ฏ

เกิดจากฐานปุ่มเหงือก
วรรค  ด

ด  ต

เกิดจากฐานฟัน
วรรค  บ

บ  ป

ผ  ฝ

พ  ฟ

เกิดจากฐานริมฝีปาก
เศษวรรค

ศ  ษ  ส  ห

ซ     ฮ

ย ร  ล ฬ ว

เกิดจากฐานต่างๆ

นอกจากจะแบ่งพยัญชนะไทยตามวรรคต่างๆ              แล้วยังจัดแบ่งตัวพยัญชนะไทยออกเป็น อักษรสามหมู่ เรียกว่าไตรยางศ์ เพื่อความสะดวกในการผันเสียงวรรณยุกต์   ได้แก่

๑.     อักษรกลาง คือ พยัญชนะที่ประสมกับสระเสียงยาวแม่   ก  กา  หรือคำเป็นที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์

จะมีเสียงวรรณยุกต์สามัญและผันเสียงวรรณยุกต์ได้ครบ    ๕   เสียง    ได้แก่พยัญชนะแถวที่    ๑  จำนวน    ๙   ตัว มีหลักในการจำจากพยัญชนะต้นของคำต่อไปนี้   ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง   คือ   ก จ ด ฎ ต ฏ บ ป อ

                ไก่       คือ          ก

                จิก      คือ     

                เด็ก         คือ          ด  และ  ฎ   ซึ่งเป็นเสียงเดียวกัน

                ตาย        คือ          ต  และ   ฏ   ซึ่งเป็นเสียงเดียวกัน

                บน          คือ          บ

                ปาก        คือ          ป

                โอ่ง         คือ          อ            

๒.  อักษรสูง   คือ  พยัญชนะที่ประสมกับสระเสียงยาวแม่   ก  กา  หรือคำเป็นที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์

จะมีเสียงวรรณยุกต์จัตวาและผันเสียงวรรณยุกต์ได้   ๓   เสียง  คือ  เสียงวรรณยุกต์เอก   เสียงวรรณยุกต์โทและเสียงวรรณยุกต์จัตวา   ได้แก่พยัญชนะแถวที่    ๒   มี  ๑๑  ตัว  มีหลักในการจำจากพยัญชนะต้นของคำต่อไปนี้   ผีฝากถุงข้าวสารให้ฉัน   คือ    ผ ฝ ถ ฐ ข ฃ ส ศ ษ ห

                   ผี             คือ          ผ

                          ฝาก        คือ          ฝ

                ถุง           คือ          ถ  และ  ฐ  ซึ่งเป็นเสียงเดียวกัน

ข้าว        คือ          ข  และ  ซึ่งเป็นเสียงเดียวกัน

          สาร         คือ          ส  ษ  และ  ศ  ซึ่งเป็นเสียงเดียวกัน

                ให้           คือ          ห

                ฉัน          คือ          ฉ

. อักษรต่ำ  คือ  พยัญชนะที่ประสมกับสระเสียงยาวแม่   ก  กา  หรือคำเป็นที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์

จะมีเสียงวรรณยุกต์สามัญและผันเสียงวรรณยุกต์ได้  ๓  เสียง คือ เสียงวรรณยุกต์สามัญ เสียงวรรณยุกต์โท

และเสียงวรรณยุกต์ตรี    มี ๒๔  ตัว แบ่งเป็น  ๒   พวก  คือ

๓.๑  อักษรต่ำคู่  ๑๔  ตัว  คือ    พ  ภ ฟ  ท  ธ  ฒ  ฑ  ค  ฅ  ฆ  ซ   ฮ   ช   ฌ   พยัญชนะ

เหล่านี้จะผันเสียงวรรณยุกต์ให้ครบ  ๕  เสียงต้องนำไปเข้าคู่กับอักษรสูงดังนี้

ค  ฅ ฆ            คู่กับ   ข   ฃ     เช่น        คา           ข่า           ค่า  (ข้า)                 ค้า           ขา

ช ฌ               คู่กับ                เช่น      ชี             ฉี่             ชี่   (ฉี้)                   ชี้             ฉี

ซ                            คู่กับ    ส เช่น    ซู             สู่             ซู่   (สู้)                   ซู้             สู
        ฑ ฒ ท ธ                      คู่กับ   ฐ ถ     เช่น     โท           โถ่           โธ่  (โถ้)                                โท้           โถ
        พ ภ           คู่กับ        เช่น     พอ          ผ่อ           พ่อ  (ผ้อ)               พ้อ          ผอ
        ฟ                          คู่กับ         เช่น     ฟา           ฝ่า           ฟ่า   (ฝ้า)               ฟ้า           ฝา
        ฮ             คู่กับ        เช่น     เฮ            เห่           เฮ่    (เห้)               เฮ้            เห

 

 

 

 

๓.๒  อักษรต่ำเดี่ยว   ๑๐  ตัว  คือ    ง  ย  ญ  น  ณ  ม  ร  ล  ฬ  ว    พยัญชนะเหล่านี้

จะผันเสียงวรรณยุกต์ให้ครบ  ๕  เสียงได้     ต้อง  เอา      ห    มานำ    เช่น

งา            หง่า        ง่า  (หง้า)              ง้า            หงา

ยา            หย่า        ย่า  (หญ้า)             ย้า            หยา

ญิง          หญิ่ง       ญิ่ง  (หญิ้ง)           ญิ้ง          หญิง

นาว        หน่าว     น่าว (หน้าว)         น้าว        หนาว

เณร         เหณร     เณ่ร  (เหณ้ร)        เณ้ร         เหณร

มอ          หม่อ       ม่อ  (หม้อ)           ม้อ          หมอ

รู              หรู่          รู่   (หรู้)                 รู้              หรู

ไล           ไหล่        ไล่  (ไหล้)             ไล้           ไหล

ฬอ          หฬ่อ       ฬ่อ  (หฬ้อ)           ฬ้อ          หฬอ

วาง         หว่าง      ว่าง  (หว้าง)         ว้าง         หวาง

และ    ย   ยัง  ใช้     อ  นำหน้าได้อีกด้วย  ซึ่งมีคำที่ใช้ในภาษาไทยอยู่   ๔  คำ   คือ    อย่า  อยู่   อย่าง   อยาก   ทั้ง  ๔   คำ  เป็นเสียงวรรณยุกต์เอกทุกคำ

 

 

 

 

การผันเสียงวรรณยุกต์

การผันเสียงวรรณยุกต์หรือการผันอักษร
การผันอักษร   คือการออกเสียงพยางค์ที่ประสมด้วยพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์  ซึ่ง เสียงวรรณยุกต์จะเปลี่ยนไป เช่น  กา   ก่า   ก้า   ก๊า   ก๋า    ก่อนผันอักษรต้องเข้าใจเรื่องความหมายของคำต่อไปนี้ก่อน คือ

. คำเป็น คำตาย
๑.๑ คำเป็น หมายถึง
๑.๑.๑. พยางค์ที่มีเสียงสระยาวในแม่ ก กา เช่น มา รู โต
๑.๑.๒. พยางค์ที่มีพยัญชนะตัวสะกด แม่ กง กน กม เกย เกอว   เช่น   นาง   กิน ปม นาย หิว  กาด
ข้อสังเกต เสียงสระของคำเป็นใน ข้อ ๒ มีทั้งสระเสียงสั้นและเสียงยาว
๑.๒  คำตาย หมายถึง
๑.๒.๑. พยางค์ที่มีเสียงสระสั้นในแม่ ก กา เช่น ปะ ติ ฉุ
๑.๒.๒. พยางค์ที่มีพยัญชนะตัวสะกด แม่ กก กด กบ เช่น นก มัด รับ
ข้อสังเกต เสียงสระของคำตายใน ข้อ ๒ มีทั้งสระเสียงสั้นและเสียงยาว

. พื้นเสียง หมายถึงพยางค์ที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์

การผันเสียงวรรณยุกต์จะแบ่งตามหมู่ของพยัญชนะหรือไตรยางศ์ดังนี้

๑.  อักษรกลาง
พยัญชนะที่เรียกว่าอักษรกลางทั้ง ๙ ตัว (ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ ) เมื่อนำมาประสมกับสระ และวรรณยุกต์ จะออกเสียงวรรณยุกต์ได้ตรงกับรูป เช่น   กา   จ่าย   ด้าน   โต๊ะ    ป๋า
                ๑.๑ อักษรกลางคำเป็น

พื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ เช่น  กา   ดา   จน  ปม   เตย   กลอง
ผันด้วย  ไม้เอก   เป็นเสียงเอก เช่น ก่า  ด่า  จ่า  ป่า  ต่าย  กล่อง
ผันด้วย  ไม้โท  เป็นเสียงโท  เช่น   ก้า  ด้าน   จ้า  ป้า  ต้าน   กล้อง

ผันด้วย ไม้ตรี  เป็นเสียงตรี เช่น   ก๊า  ด๊ง   จ๊น  ป๊ม  เต๊ย   กล๊อง
ผันด้วย ไม้จัตวา เป็นเสียงจัตวา เช่น ก๋า  ด๋ง   จ๋น  ป๋ม  เต๋ย   กล๋อง

จะเห็นว่าอักษรกลางคำเป็น ผันได้ครบ ๕ เสียง และเสียงกับรูปวรรณยุกต์ตรงกัน

อักษรกลางคำเป็น ผันได้ครบ  ๕ เสียง  โดยมีพื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ  ดังนี้

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 
 

จา

จ่า

จ้า

จ๊า

จ๋า

 
 

ตี

ตี่

ตี้

ตี๊

ตี๋

 
 

ปู

ปู่

ปู้

ปู๊

ปู๋

 
 

กา

ก่า

ก้า

ก๊า

ก๋า

 

                ๑.๒  อักษรกลางคำตาย
พื้นเสียงเป็นเสียงเอก  เช่น    ปะ   กาก   จด  โบก
ผันด้วย ไม้โท  เป็นเสียงโท เช่น   ป้ะ  ก้าก   จ้ด  โบ้ก
ผันด้วย ไม้ตรี เป็นเสียงตรี เช่น     ป๊ะ   ก๊าก   จ๊ด  โบ๊ก
ผันด้วยไม้จัตวา เป็นเสียงจัตวาเช่น    ป๋ะ  ก๋าก    จ๋ด  โบ๋ก
อักษรกลางคำตาย  ผันได้ ๔ เสียง  โดยมีพื้นเสียงเป็นเสียงเอก  ดังนี้

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 
 

 -

กะ

ก้ะ

ก๊ะ

ก๋ะ

 
 

 -

ปาด

ป้าด

ป๊าด

ป๋าด

 
 

 -

ดีด

ดี้ด

ดี๊ด

ดี๋ด

 
 

 -

ตัก

ตั้ก

ตั๊ก

ตั๋ก

 

๒. อักษรสูง
พยัญชนะที่เรียกว่าอักษรสูง ทั้ง ๑๑ ตัว (ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ส ษ ห) เช่น   ข่า    ฉ่า    ส่า     ข้า    ฉ้า    ส้า
                            ๒.๑  อักษรสูงคำเป็น
           พื้นเสียงเป็นเสียงจัตวา  เช่น    ขา  ผา  เขย   สาง
ผันด้วยไม้เอก เป็นเสียงเอก          เช่น    ข่า  ผ่า  เข่ย  ส่าง
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงโท             เช่น    ข้า  ผ้า   เข้ย   ส้าง

อักษรสูงคำเป็น ผันได้  ๓  เสียง  โดยมีพื้นเสียงเป็นเสียงจัตวา   ดังนี้

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 
 

-

ข่า

ข้า

-

ขา

 
 

-

สู่

สู้

-

สู

 
 

-

ฝ่า

ฝ้า

-

ฝา

 
 

-

ห่าม

ห้าม

-

หาม

 

๒.๒ อักษรสูงคำตาย
พื้นเสียงเป็นเสียงเอก    เช่น      สะ  ผลิ   ฝาก  ขูด

ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงโท แต่คำที่ผันได้ไม่มีที่ใช้หรือไม่มีความหมายจึงมิได้แสดงไว้                                                   อักษรสูงคำตาย  ผันได้ ๒  เสียง  โดยมีพื้นเสียงเป็นเสียงเอก  ดังนี้

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 
 

 -

สด

ส้ด

 -

 -

 
 

 -

ขะ

ข้ะ

 -

 -

 
 

 -

หก

ห้ก

 -

 -

 
 

 -

หาก

ห้าก

 -

 -

 

๓. อักษรต่ำ
            พยัญชนะที่เรียกว่าอักษรต่ำทั้ง ๒๔ ตัว ง  ย  ญ  น  ณ  ม  ร  ล  ฬ  ว   พ  ภ ฟ  ท  ธ  ฒ  ฑ  ค  ฅ  ฆ  ซ   ฮ   ช   ฌ เช่น  คัง    งัง   ชั่ง   นั่ง   ค้อน   ช้อน   ฟ้อน
๓.๑  อักษรต่ำคำเป็น
พื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ   เช่น    คา  ซน  โคน   วาว เชย
ผันด้วยไม้เอก เป็นเสียงโท     เช่น   ค่า  ซ่น  โค่น  ว่าว  เช่ย
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงตรี     เช่น     ค้า  ซ้น  โค้น ว้าว   เช้ย
จะเห็นว่า อักษรต่ำคำเป็น ผันได้เพียง ๓ เสียง คือ สามัญ โท ตรี

การผันอักษรต่ำคำเป็น  จะมีพื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ  ดังนี้

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 
 

มาน

 -

ม่าน

ม้าน

 -

 
 

ยา

 -

ย่า

ย้า

 -

 
 

มา

 -

ม่า

ม้า

 -

 
 

ราย

 -

ร่าย

ร้าย

 -

 

 

๓.๒  อักษรต่ำคำตาย
๓.๒.๑  อักษรต่ำคำตาย สระเสียงสั้น
พื้นเสียงเป็นเสียงตรี      เช่น       คะ  นัด   รัก
ผันด้วย ไม้เอก   เป็นเสียงโท เช่น    ค่ะ  นัด รั่ก
อักษรต่ำคำตาย  สระเสียงสั้น  จะมีพื้นเสียงเป็นเสียงตรี  ดังนี้

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 

-

-

ค่ะ

คะ

-

 

-

-

น่ะ

นะ

-

 

-

-

ล่ะ

ละ

-

 

-

-

มิ่ตร

มิตร

-

๓.๒.๒ อักษรต่ำคำตาย สระเสียงยาว

พื้นเสียงเป็นเสียงโท      เช่น     มาก    เชิต    โนต
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงตรี เช่น     ม้าก    เชิ้ต    โน้ต

จะเห็นว่า อักษรต่ำคำตาย สระเสียงสั้น ผันได้เพียง ๒ เสียง คือ  โท  และตรี

 

อักษรต่ำคำตาย  สระเสียงยาว  จะมีพื้นเสียงเป็นเสียงโท  ดังนี้

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 

-

-

มาก

ม้าก

-

 

-

-

โลด

โล้ด

-

 

-

-

เชิต

เชิ้ต

-

 

-

-

ยาก

ย้าก

-

 

              ๔. อักษรคู่ อักษรเดี่ยว       อักษรต่ำ ๒๔ ตัว ยังแบ่งออกเป็น ๒ พวก คือ
                                ๔.๑. อักษรคู่  คือ อักษรต่ำที่มีอักษรสูงเป็นคู่ มี ๑๔ ตัวได้แก่ ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ   จับคู่กับ อักษรสูง ได้แก่
ค  ฅ ฆ           คู่กับ       ข   ฃ

ช ฌ            คู่กับ       ฉ
ซ                  คู่กับ       ศ ษ ส
ฑ ฒ ท ธ         คู่กับ       ฐ ถ
พ ภ             คู่กับ       ผ
ฟ                  คู่กับ       ฝ
ฮ                   คู่กับ       ห
อักษรคู่เหล่านี้ เมื่อนำอักษรสูงที่เป็นคู่มาผันร่วมกันระหว่างคู่ของตน จะได้เสียงวรรณยุกต์ครบ ทั้ง ๕ เสียง    การผันอักษรต่ำคู่  ถ้าจะผันได้ครบ  ๕  เสียง  ต้องใช้อักษรสูงมาช่วยผัน  ดังนี้

 

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 
 

คา

ข่า

ข้า  ค่า

ค้า

ขา

 
 

ชา

ฉ่า

ฉ้า  ช่า

ช้า

ฉา

 
 

คืน

ขื่น

ขื้น   คื่น

คื้น

ขืน

 
 

ฟา

ฝ่า

ฝ้า   ฟ่า

ฟ้า

ฝา

 

คำที่พิมพ์ตัวหนาเอน  คือคำอักษรต่ำที่ผันคู่กับอักษรสูง

๔.. อักษรเดี่ยว คือ พยัญชนะที่ไม่มีอักษรสูงเป็นคู่ มี ๑๐ ตัว ได้แก่ ง   ณ  น  ม  ย  ร  ล  ว  ฬ หากต้องการจะผัน ให้ครบทั้ง ๕ เสียง ต้องใช้ ห   นำ

การผันอักษรต่ำเดี่ยว ถ้าจะผันได้ครบ  ๕  เสียง  ต้องใช้อักษรสูง  ห  มาช่วยผัน  ดังนี้

 

 

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

 
 

มอ

หม่อ

หม้อ  ม่อ

ม้อ

หมอ

 
 

นา

หน่า

หน้า  น่า

น้า

หนา

 
 

มาน

หม่าน

หม้าน  ม่าน

ม้าน

หมาน

 
 

ลาม

หล่าม

หล้าม  ล่าม

ล้าม

หลาม

 

คำที่พิมพ์ตัวหนาเอน  คือคำอักษรต่ำเดี่ยวที่ผันโดยใช้อักษรสูง  ห  มาช่วยผัน

     ข้อสังเกต  อักษรเดี่ยวทั้ง ๑๐ ตัวนี้ ถ้าเขียนตามอักษรกลางหรืออักษรสูง และประสมสระเดียวกัน เสียงวรรณยุกต์ของอักษรเดี่ยว     จะตามเสียงวรรณยุกต์อักษรกลาง       หรืออักษรสูงที่มาข้างหน้า ไม่ว่าจะ เป็น พยางค์เดียว หรือสองพยางค์    เช่น    หรู   อยู่  เฉลา    ปลัด    สนาม

ข้อสังเกตเพิ่มเติม
. อักษรนำ อักษรตาม  หมายถึงพยัญชนะสองตัวเรียงกัน  ประสมด้วยสระเดียวกัน  ตัวแรกเป็นอักษรสูงหรืออักษรกลาง   จะบังคับให้พยางค์หลัง  ซึ่งมีพยัญชนะต้นของพยางค์เป็นอักษรเดี่ยว  มีเสียงวรรณยุกต์ตามพยัญชนะตัวแรก ตัวอย่างเช่น
– ขยาย   ขย  เป็นอักษรนำ  อักษรตามอักษรตัวแรก  ข  (อักษรสูง)        นำอักษรตัวหลัง ย  (อักษรต่ำเดี่ยว)  ย     จึงต้อง ออกเสียงวรรณยุกต์ตามอักษรตัวแรก    คือ  ข   คำเช่นนี้ เรา     ออกเสียงพยัญชนะตัวแรกเป็น   อะ    กึ่งมาตรา  หยาย  มีเสียง วรรณยุกต์จัตวา  ในคำ ขยาย  จึงต้องอ่านพยัญชนะหลัง   เป็น เสียงจัตวา(อ่านว่า ขะ-หยาย)
– ตลิ่ง   ตล  เป็นอักษรนำ อักษรตาม อักษรตัวแรก   ต     (อักษรกลาง)  นำอักษรตัวหลัง ล (อักษรต่ำเดี่ยว)  เราอ่าน พยัญชนะตัวแรกเป็น   อะ  กึ่งมาตรา พยางค์หลัง ออกเสียงเป็นเสียงเอก ตามเสียงอักษรกลาง  ต   ถ้าประสมกับ   สระอิ   มีวรรณยุกต์เอก อ่านว่า    ติ่ง เพราะฉะนั้นพยางค์หลัง  จึง อ่านว่า หลิ่ง   มีคำมากกว่าสองพยางค์ เช่น  อุปราช  ศักราช  อุปโลกน์       ซึ่งอักษรกลาง  เป็น ตัวสะกดของพยางค์หน้า      บังคับเสียงวรรณยุกต์ของพยางค์หลัง   ให้เป็นไป ตามเสียงอักษรกลาง จึงอ่านออกเสียง พยางค์หลังเป็นเสียงเอก

 

อักษรนำ อักษรตาม มีอีกประเภทหนึ่ง คือ   ห นำ อักษรต่ำเดี่ยว  และ  อ   นำ  ย   ออกเสียงพยางค์

เดียว    เช่น อย่า  อยู่  อย่าง  อยาก  เหงา หงอย หญ้า หนา หมู หมุน หยัก ไหล แหล่ง  ทุกคำจะผันเสียงวรรณยุกต์ตามตัวนำ  คือ  อ   หรือ   ห

. อักษรควบ    หมายถึง  พยัญชนะสองตัวเรียงกันออกเสียงควบกล้ำเป็นพยางค์เดียวนั้น ในการผันเสียงวรรณยุกต์ก็จะผันตามตัวหน้า  คือ    อักษรกลางหรืออักษรสูงควบกับ   ร  ล   ว  ซึ่งเป็นอักษรต่ำเดี่ยว  ก็จะผันเสียงวรรณยุกต์ตามอักษรกลาง หรืออักษรสูง    เช่น   กล้วย   เสียงวรรณยุกต์   โท     ขวาง  เสียงวรรณยุกต์    จัตวา    แต่ถ้าอักษรต่ำควบกับ    ร   ล  ว  ก็จะผันเสียงวรรณยุกต์ตามอักษรต่ำ   เช่น    พร้า  เสียงวรรณยุกต์   ตรี
อักษรควบมี ๒ ประเภท คือ อักษรควบแท้และอักษรควบไม่แท้
๒.๑. อักษรควบแท้    คือพยัญชนะ  ๒  ตัว ที่มี   ตัว ร ล ว  ประสมอยู่ด้วย    ประสมด้วยสระเดียวกัน อ่านออกเสียง พร้อมกันทั้ง ๒ ตัว เช่น   กลาง  ครัว กวาง
๒.. อักษรควบไม่แท้   ได้แก่   พยัญชนะที่มีตัว  ร   ควบอยู่ด้วย   แต่ไม่ออกเสียงตัว ร
หรือมิฉะนั้นก็ออกเสียงเป็น เสียงอื่นไป
– ตัวอย่างอักษรควบไม่แท้ที่ออกเสียงแต่พยัญชนะตัวแรก เช่น  จริง ไซร้   สร้าง   ศรี  เศรษฐี
– ตัวอย่างอักษรควบไม่แท้   ทร   ออกเสียงเป็น ซ เช่น ไทร  ทราย   ทราบ   ทรัพย์

แผนภูมิสรุปการผันเสียงวรรณยุกต์คำประเภทต่างๆ

ลักษณะคำ

สามัญ

เอก

โท

ตรี

จัตวา

อักษรกลาง คำเป็น

กา

กัน

กาง

ก่า

กั่น

ก่าง

ก้า

กั้น

ก้าง

ก๊า

กั๊น

ก๊าน

ก๋า

กั๋น

ก๋าน

อักษรกลาง คำตาย

-

-

-

จะ

จับ

จาบ

จ้ะ

จั้บ

จ้าบ

จ๊ะ

จั๊บ

จ๊าบ

จ๋ะ

จั๋บ

จ๋าบ

อักษรสูง คำเป็น

-

-

-

ข่า

ขั่ง

ข่าง

ข้า

ขั้ง

ข้าง

-

-

-

ขา

ขัง

ขาง

อักษรสูง คำตาย

-

-

-

ขะ

ขัด

ขาด

ข้ะ

ขั้ด

ข้าด

-

-

-

-

-

-

อักษรต่ำ คำเป็น

คา

คัน

คาง

-

-

-

ค่า

คั่น

ค่าง

ค้า

คั้น

ค้าง

-

-

-

อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น

-

-

ค่ะ

คึ่ก

คะ

คึก

ค๋ะ

คึ๋ก

อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงยาว

-

-

วาก

เชิด

ว้าก

เชิ้ด

-

-

อักษรคู่ คำเป็น

คา

ข่า

ค้า/ข้า

ค้า

ขา

อักษรคู่ คำตาย สระเสียงยาว

-

ขาด

คาด/ข้าด

ค้าด

-

อักษรคู่ คำตาย สระเสียงสั้น

-

ขึก

คึ่ก/ขึ้ก

คึก

-

อักษรเดี่ยว คำตาย สระเสียงยาว

-

โหนด

โนด

โน้ด

-

อักษรเดี่ยว คำตาย สระเสียงสั้น

-

หนะ

น่ะ

นะ

-

 

   การประสมอักษร

           การประสมอักษร คือ การนำอักษรไทย คือ สระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ มาประกอบกันเป็นพยางค์ หรือคำ เช่น คำว่า แต่ง เกิดจากการประสมอักษร ดังนี้

- พยัญชนะต้น คือ ต.

- สระ คือ สระแอ

- วรรณยุกต์ คือ ไม้เอก

- ตัวสะกด คือ ง.

วิธีการประสมอักษร มี ๔ วิธี คือ

           ๑. ประสม ๓ ส่วน ประกอบด้วย   พยัญชนะต้น     สระ และวรรณยุกต์     มารวมกัน

ได้แก่ คำที่อยู่ในแม่ ก กา (คำที่ไม่มีตัวสะกด)   เช่น   แม่      หู    ปี่      ช้า     โต๊ะ

 

พยางค์

พยัญชนะต้น

สระ

วรรณยุกต์

รูป

เสียง

รูป

เสียง

รูป

เสียง

แม่

ไม้หน้า  ๒  ตัว

แอ

เอก (  ่ ) โท (  ้)

หู

อู

อู

ไม่มี จัตวา ( + )

ปี่

พินทุ์อิ    ฝนทอง

อี

เอก (  ่ ) เอก (  ่ )

ช้า

ลากข้าง

อา

โท (  ้) ตรี (  ๊ )

โต๊ะ

ไม้โอ  วิสรรชนีย์

โอะ

ตรี (  ๊ ) ตรี (  ๊ )

          

 ๒. ประสม ๔ ส่วน ประกอบด้วย   พยัญชนะต้น    สระ    วรรณยุกต์ และตัวสะกด

ได้แก่ คำที่มีตัวสะกด แต่ไม่มีตัวการันต์   เช่น   น้อง   สาว   รวย     บ้าน   ก๊าซ

 

พยางค์

พยัญชนะต้น

สระ

วรรณยุกต์

พยัญชนะท้าย

รูป

เสียง

รูป

เสียง

รูป

เสียง

รูป

เสียง

น้อง ตัวออ ออ โท  (  ้) ตรี  (  ๊ ) แม่กง
สาว ลากข้าง อา ไม่มี จัตวา ( + ) แม่เกอว
รวย ตัววอ อัว ไม่มี สามัญ แม่เกย
บ้าน ลากข้าง อา โท  (  ้) โท  (  ้) แม่กน
ก๊าซ ลากข้าง อา ตรี  (  ๊ ) ตรี  (  ๊ ) แม่กด

 

           ๓. ประสม ๔ ส่วนพิเศษ ประกอบด้วย   พยัญชนะต้น    สระ    วรรณยุกต์ และตัวการันต์

ได้แก่ คำที่มีตัวการันต์ แต่ไม่มีตัวสะกด  เช่น  เล่ห์   เมล์   เท่ห์ (คัม)ภีร์   โพธิ์

 

พยางค์

พยัญชนะต้น

สระ

วรรณยุกต์

ตัวการันต์

รูป

เสียง

รูป

เสียง

รูป

เสียง

เล่ห์ ไม้หน้า เอ เอก  (  ่ ) โท  (  ้) ห์
เมล์ ไม้หน้า เอ ไม่มี สามัญ ล์
เท่ห์ ไม้หน้า เอ เอก  (  ่ ) โท  (  ้) ห์
ภีร์ พินทุ์อิ ฝนทอง อี ไม่มี สามัญ ร์
โพธิ์ ไม้โอ โอ ไม่มี สามัญ ธิ์

 

           ๔. ประสม ๕ ส่วน ประกอบด้วย   พยัญชนะต้น   สระ   วรรณยุกต์    ตัวสะกด   และตัวการันต์

ได้แก่ คำที่มีทั้งตัวสะกด และตัวการันต์  เช่น สิงห์ โอษฐ์ กัณฑ์ พิมพ์ ศูนย์

พยางค์

พยัญชนะต้น

สระ

วรรณยุกต์

พยัญชนะต้น

ตัวการันต์

รูป

เสียง

รูป

เสียง

รูป

เสียง

รูป

เสียง

สิงห์ พินทุ์อิ อิ ไม่มี จัตวา  ( + ) แม่กง ห์
โอษฐ์ ไม้โอ โอ ไม่มี เอก  (  ่ ) แม่กด ฐ์
กัณฑ์ ไม้หันอากาศ อะ ไม่มี สามัญ แม่กน ฑ์
พิมพ์ พินทุ์อิ อิ ไม่มี สามัญ แม่กม พ์
ศูนย์ ตีนคู้ อู ไม่มี จัตวา  ( + ) แม่กน ย์

ให้นักเรียนศึกษาการแยกส่วนประกอบของพยางค์ต่อไปนี้

 พยางค์

พยัญชนะต้น

สระ

วรรณยุกต์

ตัวสะกด

การันต์

ประสมอักษร

รูป

เสียง

เท

เอ

-

สามัญ

-

-

ประสม ๓ ส่วน

จาก

อา

-

เอก

ก (แม่ กก)

-

ประสม ๔ ส่วน

เท่ห์

เอ

เอก

โท

-

ห์

ประสม ๔ ส่วนพิเศษ

ทุกข์

อุ

-

ตรี

ก (แม่ กก)

ข์

ประสม ๕ ส่วน

โบสถ์

โอ

-

เอก

ส (แม่ กด)

ถ์

ประสม ๕ ส่วน

มา

อา

-

สามัญ

-

-

ประสม ๓ ส่วน

จันทร์

อะ

-

สามัญ

น(แม่ กน)

ทร์

ประสม ๕ ส่วน

ปล้อง

ปล

ออ

โท

โท

ง(แม่ กง)

-

ประสม ๔ ส่วน

จล

โอะ

-

สามัญ

ล(แม่ กน)

-

ประสม ๔ ส่วน

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s