นานาสาระ

บทที่  ๑

การประเมินผลจากสภาพจริง   (Authentic  Assessment)

ความหมาย

การประเมินตามสภาพจริง  หมายถึง  กระบวนการสังเกต  การบันทึกและการรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่นักเรียนทำ  เพื่อเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจในการศึกษาถึงผลกระทบต่อนักเรียนเหล่านั้น

การประเมินตามสภาพจริง จะไม่เน้นการประเมินเฉพาะทักษะพื้นฐาน  แต่จะเน้นการประเมินทักษะการคิดที่ซับซ้อนในการทำงานของนักเรียน  ความสามารถในการแก้ปัญหา  และการแสดงออกที่เกิดจากการปฏิบัติในสภาพจริงในการเรียนการสอน  ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ  เป็นผู้ค้นพบและเสาะแสวงหาความรู้  นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง  รวมทั้งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนเพื่อสนองเป้าหมายของการจัดการศึกษาและความต้องการของสังคม

การประเมินตามสภาพจริง  จะแตกต่างจากการประเมินผลการเรียน  หรือการประเมินเพื่อรับรองผลและตัดสินผลการเรียน  เพราะเน้นการพัฒนาผู้เรียนมากกว่าการตัดสินผู้เรียน  การให้ความช่วยเหลือและการประสบความสำเร็จของผู้เรียนแต่ละคนมากกว่าที่จะมุ่งให้คะแนนผลผลิต  และจัดลำดับที่  แล้วเปรียบเทียบกับกลุ่ม  จะแตกต่างจากการทดสอบทั่วไป  เนื่องจากเป็นการวัดผลโดยตรงในสภาพการแสดงออกจริงในเนื้อหาวิชา  ซึ่งการทดสอบจะวัดได้เฉพาะความรู้ และทักษะบางส่วนอันเป็นการวัดโดยอ้อมเท่านั้น

การประเมินตามสภาพจริง  จะมีความต่อเนื่องในการให้ข้อมูลในเชิงคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อครู  ได้ใช้เป็นแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมแต่ละบุคคลได้

ความสำคัญของการประเมินตามสภาพจริง

๑.  การเรียนรู้และการวัดประเมินผลจากสภาพจริง  จะเอื้ออำนวยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพแต่ละบุคคล  เพราะจะเน้นลักษณะสำคัญดังนี้

๑.๑  เน้นให้นักเรียนได้แสดงออก / สร้างสรรค์ / ผลิตผลงาน

๑.๒  ดึงเอาความคิดขั้นสูง  ความคิดซับซ้อน และทักษะการแก้ปัญหาออกมาได้

๑.๓  ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นผลจากการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน

๑.๔  กระตุ้นให้เกิดการประยุกต์สู่โลกของความเป็นจริง

๒. การประเมินตามสภาพจริง  จะเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  โดยครูเป็นผู้ชี้แนะว่าควรจัดเนื้อหาสาระอย่างไร  นักเรียนจะเรียนรู้จากการกระทำมากขึ้น  มีความสนใจในบทเรียนมากขึ้น  การบ่งชี้ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน  มิใช่เป็นเพียงทำข้อสอบได้คะแนนสูงเท่านั้น  การประเมินตามสภาพจริงจะแสดงให้เห็นว่านักเรียนทำอะไรได้มากกว่าจะบอกว่านักเรียนรู้อะไร

๓.  สังคมมนุษย์ในปัจจุบันและอนาคต  เป็นสังคมที่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ไร้ขอบเขต  เนื่องจากความเจริญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  คนในสังคมจะมีการแข่งขันอย่างเสรี  วิถีชีวิตมีความซับซ้อนมากขึ้น  การจัดการศึกษาให้ผู้เรียนแยกเป็นส่วนๆ  โดยการทำแบบฝึกหัดหรือใบงาน  แล้วตอบคำถาม  ไม่น่าจะเพียงพอสำหรับการเตรียมเยาวชนให้ดำรงชีวิตในสังคมอย่างปกติสุข

ดังนั้นการให้ผู้เรียนได้สร้างงาน  เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาการเรียนและบูรณาการวิชาต่างๆ  เข้าด้วยกันเป็นโครงการ  ภาระงาน  จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการให้การศึกษาแก่เยาวชนของชาติในปัจจุบัน  ซึ่งครูต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม  ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลให้สามารถตอบสนองความต้องการของสังคม  ด้วยผลงานของนักเรียนที่ปรากฏ  จะเป็นหลักฐานที่สำคัญอันแสดงถึงความรับผิดชอบของครู

๔.  โดยทั่วไปครูมักจะมองภาพการสอน  การเรียนรู้ของนักเรียนและการประเมินผลเป็นงานที่แยกออกจากกัน  โดยครูให้ความรู้ข้อมูลต่างๆ  พอเห็นว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้แล้วจึงทำการประเมินผล  ซึ่งใช้วิธีเรียกว่าสอบ  ทำให้นักเรียนมีความวิตกกังวล  ไม่มีความสุขในการเรียน  เพราะการสอบจะเป็นการเน้นการจับผิดหาจุดด้อยของผู้เรียน  ในขณะที่เจตนาที่แท้จริงของการประเมินผล  คือช่วยพัฒนาการเรียนรู้นักเรียนและการสอนของครู  การค้นหาจุดเด่นของนักเรียน เพื่อสร้างเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ  ดังนั้นการประเมินผลการเรียนรู้  การสอน  จึงมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

๕.  ในการเรียนเพื่อสร้างองค์ความรู้  และสร้างลักษณะนิสัยให้ผู้เรียน  ดี เก่ง และมีความสุข  โดยการจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้ และการประเมินตามสภาพจริง  จะช่วยแก้ปัญหาและภาระของครูในกรณีที่นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์  ต้องคอยซ่อมเสริมและสอบแก้ตัวอยู่บ่อยๆ  ปัญหานี้จะหมดไป  เพราะการประเมินตามสภาพจริง  จะมีหลักฐานการปฏิบัติงานของนักเรียน ซึ่งจะได้รับการพัฒนาและแก้ไขอยู่ตลอดเวลา  รวมทั้งมีการบันทึกการปฏิบัติงาน  การรายงานแสดงความคิดเห็นต่างๆ ของผู้เรียน  เพื่อน ผู้ปกครองและครู รวมทั้งผลผลิตการทำงานเพื่อยืนยันความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน  แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนสามารถทำอะไรได้บ้าง  มากกว่าจะบอกได้ว่าผู้เรียนรู้อะไร

๖. การประเมินตามสภาพจริง  เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการวัดและประเมินผลทางการศึกษา  เนื่องจากหลักการสำคัญของกาสรวัดผล คือ กระบวนการในการรวบรวมเหตุการณ์ ข้อมูลที่นักเรียนสามารถทำได้ และการประเมินผล คือ กระบวนการแปลความหมายของเหตุการณ์ หรือข้อมูลและตัดสินจากข้อมูลพื้นฐานเหล่านั้น  การประเมินตามสภาพจริง จะบรรยายถึงงานที่ให้นักเรียนแสดงออกหรือผลิตความรู้ในสภาพจริงของการเรียนการสอน มากกว่าที่จะวัดความรู้ด้วยการทดสอบ  เพราะการทดสอบไม่สามารถแสดงสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้หรือความสามารถที่แท้จริงของนักเรียนได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น   แต่การประเมินตามสภาพจริงจะสะท้อนถึงความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนออกมาในรูปของผลผลิตหรือชิ้นงาน  ที่สามารถวัดและประเมินผลได้หลายประการ เช่น ความรู้ความสามารถ  ทักษะความชำนาญ  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ระเบียบวินัย  กระบวนการทำงาน  ลักษณะผู้นำ ผู้ตาม  ปฏิกิริยาโต้ตอบในกลุ่ม ลักษณะเด่น  ลักษณะด้อยที่ต้องพัฒนา  ฯลฯ  ซึ่งรวมแล้วก็คือลักษณะที่พึงประสงค์ที่เน้นให้เกิดแก่ผู้เรียน  ๓  ประการคือ  ดี  เก่ง  และมีความสุข

 

แผนผังแสดงโยงใยเครือข่ายของการประเมินจากสภาพจริง

 

 

 

การประเมิน

ดำเนินงาน / สร้าง

ความคิดขั้นสูง

จาก

สภาพจริง

การประเมินจากสภาพจริง  อาจประเมินได้จากหลายอย่าง  แต่ที่จะนำเสนอในที่นี้ เป็นการประเมินจากแฟ้มผลงานนักเรียน ซึ่งสามารถวัดและประเมินผู้เรียนได้อย่างชัดเจน  ครบถ้วนทุกอย่างที่ครูต้องการประเมินนักเรียน  และเป็นการประเมินในเชิงพัฒนาผู้เรียนมากว่าประเมินเพื่อตัดสิน  เพราะผู้เรียนสามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาผลงานได้ตลอดเวลาเท่าที่ตนต้องการจนพอใจ อันเป็นหลักการสำคัญที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ  ความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน

บทที่  ๒

การประเมินจากแฟ้มผลงาน    (Portfolio  Assessment)

ความหมาย

“การประเมินความสำเร็จของนักเรียนจากผลงานที่เป็นชิ้นงานที่ดีที่สุด  หรืองานที่แสดงความก้าวหน้าที่นักเรียนเก็บสะสมในแฟ้ม / สมุด / กล่อง / หรือกระเป๋า แล้วแต่ลักษณะงาน  ซึ่งอาจจะมีหนึ่งชิ้น  หรือมากกว่าและเพียงพอที่จะแสดงถึงความพยายาม ความก้าวหน้า  และผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในเรื่องที่มอบหมาย  จุดประสงค์หรือเรื่องนั้นๆ หรือวิชานั้นๆ  โดยนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเลือกเนื้อหา  เกณฑ์การคัดเลือกและเกณฑ์การตัดสินใจ  รวมทั้งเป็นหลักฐานที่สะท้อนการประเมินตนเองของนักเรียนด้วย”

หลักการสำคัญในการประเมินจากแฟ้มผลงาน

                ๑.  ด้านเนื้อหา     ครูเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับความสำเร็จของนักเรียนในเนื้อหาตามหลักสูตร การประเมินแฟ้มผลงาน ต้องสะท้อนสาระของเนื้อหาวิชาที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียน

๒.  ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน  ครูต้องจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการเรียนรู้  เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ให้นักเรียนเป็นผู้ค้นพบความรู้  สร้างความรู้  แสดง  สร้างสรรค์  ผลิตหรือลงมือทำงาน  เพื่อให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น  จุดประกายความคิด  มีความสามารถตามหลักสูตรที่หลากหลาย  ให้นักเรียนสะท้อนข้อมูลย้อนกลับในกระบวนการเรียนรู้ทั้งการอ่าน  การฟัง  การเขียน  การแก้ปัญหา และการคิดในขั้นสูงยิ่งขึ้น

๓.  ด้านความแตกต่างระหว่างบุคคล  ต้องคำนึงถึงมาตรฐานต่างๆ ของนักเรียนทั้งด้านสติปัญญา  ร่างกายและพฤติกรรม  การประเมินต้องจัดทำให้เหมาะสม  เพื่อให้นักเรียนได้แสดงผลการเรียนในหลายลักษณะ  และแตกต่างไปตามความสามารถทั้งในด้านรูปแบบการเรียนรู้  และความหลากหลายทางสติปัญญา  เพื่อพัฒนานักเรียนให้เต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

ส่วนประกอบของแฟ้มผลงาน

                ๑.  ส่วนนำ   ประกอบด้วยปก  ข้อมูลส่วนตัว  รายการจุดประสงค์การเรียนรู้  แผนการศึกษาส่วนบุคคล  สารบัญชิ้นงาน

๒.  ส่วนเนื้อหา  ประกอบด้วยชิ้นงาน   แบบรายการแสดงรายละเอียดของชิ้นงาน หนังสือที่อ่าน  เวลาที่ใช้ทำงาน  แสดงประวัติชิ้นงาน  แบบประเมินผลงาน คะแนนและระดับคุณภาพ  การสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับงาน

๓.  ส่วนท้าย    ประกอบด้วยเกณฑ์การตัดสินแฟ้มผลงาน    ข้อมูลการประเมินตนเอง  ผู้ปกครอง  เพื่อน  และครู แผนการแนวคิดในการแสดงผลงาน

กระบวนการจัดทำแฟ้มผลงาน

ขั้นตอนการจัดทำแฟ้มผลงานในชั้นเรียนจะมีการดำเนินการ  ๑๐  ขั้นตอน ดังนี้

๑.  กำหนดจุดประสงค์และประเภทของแฟ้มผลงาน

๒.  รวบรวมชิ้นงานและจัดการชิ้นงาน

๓.  เลือกชิ้นงาน

๔.  สร้างสรรค์ผลงาน

๕.  สะท้อนข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับชิ้นงาน

๖.  ตรวจสอบความสามารถของตนเอง

๗.  ประเมินค่าผลงาน

๘.  สร้างความสัมพันธ์

๙.  ทำให้มีคุณค่า  (นำเข้าและเอาออกชิ้นงาน)

๑๐.  จัดแสดงผลงาน

                ขั้นตอนทั้ง  ๑๐  ขั้นตอนดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่สมบูรณ์   แต่สามารรวบรัดเพื่อให้เกิดความสะดวกได้  ๓  แนวทางคือ

แนวทางที่  ๑  สำหรับผู้เริ่มดำเนินการ  หรือใช้สำหรับแฟ้มผลงานในเด็กที่ไม่โตมากนัก  รวบเหลือ  ๓  ขั้นตอน  คือ

๑.  รวบรวมชิ้นงาน

๒.  เลือกชิ้นงาน

๓.  สะท้อนข้อมูลย้อนกลับ

แนวทางที่  ๒  สำหรับผู้ที่เริ่มมาบ้างแล้ว หรือใช้สำหรับแฟ้มผลงานของเด็กระดับมัธยมต้น  สามารถขายให้มีรายละเอียดยิ่งขึ้นเป็น  ๖  ขั้น  คือ

๑.  กำหนดโครงการ / จุดประสงค์

๒.  รวบรวมชิ้นงาน

๓.  เลือกชิ้นงาน

๔.  สะท้อนข้อมูลย้อนกลับ

๕.  ทำให้สมบูรณ์

๖.นำเชื่อมโยงความสัมพันธ์

แนวทางที่    ๓  แฟ้มผลงานที่สมบูรณ์มี  ๑๐  ขั้นดังที่กล่าวแล้วข้างต้น

ในที่นี้จะกล่าวรายละเอียดของขั้นตอนทั้ง   ๑๐  ขั้นตอน  เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำแฟ้มผลงานส่วนผู้ที่จะใช้แบบ   ๓  ขั้นตอน  หรือ  ๖  ขั้นตอนก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม

บทที่  ๓

ขั้นตอนการจัดทำแฟ้มผลงานนักเรียน

ขั้นที่  ๑  กำหนดจุดประสงค์ และประเภทของแฟ้มผลงาน      (Project  purpose)

ขั้นนี้ครูต้องตอบคำถามให้ได้ว่า  “ให้นักเรียนจัดทำแฟ้มผลงานเพื่ออะไร  และทำแฟ้มผลประเภทไหนอย่างไร”

๑.๑  จุดประสงค์ของแฟ้มผลงาน  มีหลายประการ  เช่น

¥  เพื่อให้ผู้เรียนได้ประเมินตนเอง  (ข้อมูลย้อนกลับ)

¥  เพื่อการบรรลุจุดหมายของหลักสูตร  หรือจุดประสงค์การเรียนรู้

¥  เพื่อตอบสนองจุดประสงค์ที่หลากหลาย

¥  เพื่อประเมินความรับผิดชอบของครู

๑.๒  ประเภทของแฟ้มผลงาน

¥  แฟ้มผลงานส่วนบุคคล  มี ๒  ลักษณะคือ  แฟ้มผลงานรวม  และแฟ้มผลงาน

ชิ้นที่ดีที่สุด

¥   แฟ้มผลงานเชิงวิชาการมีหลายลักษณะ  เช่น  แฟ้มผลงานเพื่อการให้ระดับคะแนน

แฟ้มผลงานแบบบูรณาการ  แฟ้มผลงานกลุ่ม  แฟ้มผลงานที่เสนอความหลากหลายทางสติปัญญา

¥  แฟ้มผลงานเชิงวิชาชีพ  เช่น  แฟ้มผลงานครู  เป็นต้น

การวางแผนของครู เพื่อการทำแฟ้มผลงานนักเรียน

๑.วัตถุประสงค์ของแฟ้มผลงานคือ……………..

๒.ประเภทของแฟ้มผลงานที่ใช้คือ……………..

๓.ระยะเวลาในการดำเนินการแฟ้มผลงาน…………….

๔.คำถามหรือข้อจำกัดที่มีในการทำแฟ้มผลงาน………………..

********************************

ขั้นที่  ๒  รวบรวมชิ้นงาน  และจัดการชิ้นงาน  (Collect  and  Orgamize)

ครูต้องร่วมวางแผนกับนักเรียนว่าจะเก็บรวบรวมชิ้นงานอย่างไร  และออกแบบเครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนจัดระบบชิ้นงานให้เกิดความสมบูรณ์ของแฟ้มผลงาน  ในขั้นนี้มีรายละเอียด ดังนี้

๒.๑  แหล่งเก็บผลงาน  อาจจัดเก็บได้หลายลักษณะเช่น แฟ้ม  กล่อง  สมุดบันทึก  แผ่นดิสก์  ภาพถ่าย  วีดีทัศน์  ฯลฯ

๒.๒  กระบวนการดำเนินงานของแฟ้มผลงานที่สำคัญ  ๓  ประการ  คือ  การรวบรวม  การคัดเลือกใส่แฟ้มที่สมบูรณ์  และการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ

กำหนดจุดประสงค์  แผนการเรียน  กิจกรรมการเรียน

แผนผังการจัดการ

 

 

 

กระบวนการจัดการ

 

 

 

ขั้นที่  ๓  เลือกชิ้นงาน  (Select)  “น้อยชิ้นที่ทรงคุณค่า”

                เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาแฟ้มผลงาน  ต้องตัดสิ้นใจว่าเนื้อหาอะไรอยู่ในแฟ้ม  ใครเป็นผู้คัดเลือก  เลือกเมื่อใด  และเลือกอย่างไร  โดยมีรายละเอียดดังนี้

๓.๑ ชิ้นใดควรเลือกบ้าง  ชิ้นงานที่ควรเลือกอยู่ในแฟ้มผลงานควรแสดงให้เห็นถึง

¥  เนื้อหาสาระวิชา

¥  กระบวนการเรียนรู้

¥  ความหลากหลายทางสติปัญญา  Howard  Gardner  ให้แนวทางใน

การพิจารณาสติปัญญาและความแตกต่างภายในบุคคลระหว่างความสามารถต่างๆ  แบ่งได้  ๗  ชนิดคือ

(๑) ความสามารถทางภาษา

(๒) ความสามารถด้านการใช้เหตุผล  การคิดคำนวณ  หรือการคิดแบบวิทยาศาสตร์

(๓) ความสามรถทางด้านการมองเห็น  รูปทรง  รูปภาพและจินตนาการ

(๔) ทักษะการเคลื่อนไหว  กีฬา การแสดงบทบาทสมมุติ

(๕) ความสามารถด้านดนตรี

(๖) ความสามารถด้านสังคม การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น การเข้าใจรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น

(๗) ความสามารถในการรู้จักตัวเอง  การใช้ความคิดขั้นสูง  การค้นพบตนเอง

๓.๒  ควรเลือกชิ้นงานอย่างไร  ต้องพิจารณาการบรรลุเป้าหมายหลักสูตรและจุดประสงค์การเรียน มาตรฐานหมวดวิชา   มาตรฐานการศึกษาและมาตรฐานที่ครูร่วมกับนักเรียนกำหนดขึ้น

๓.๓ ใครเป็นคนเลือก  อาจพิจารณาได้หลายกลุ่มบุคคลเช่น

¥  นักเรียนเลือกเอง

¥  ครูผู้สอน

¥  ครูและนักเรียนร่วมกันเลือก

¥  เพื่อนเลือก

¥  ผู้ปกครองหรือคนอื่นที่สำคัญ

๓.๔ เมื่อใดจะเลือกชิ้นงาน

¥  จบบทเรียนแต่ละหน่วย

¥  เดือนละครั้ง

¥  ก่อนสอบกลางภาค / ปลายภาค

¥  สิ้นภาคเรียน

¥  สิ้นปีการศึกษา

¥  เมื่อมีกิจกรรมสำคัญ เช่น ประชุมผู้ปกครอง  นิทรรศการทางวิชาการ กิจกรรมของกลุ่มสาระวิชา

การวางแผนของครูในการเลือกชิ้นงาน

๑.  สิ่งใดที่ตอบสนองหลักสูตรที่นักเรียนควรใส่ในแฟ้มผลงาน

¥  เนื้อหาวิชา

¥  กระบวนการเรียนรู้

¥  ความหลากหลายทางสติปัญญา

¥  การผสมผสานระหว่างเนื้อหากับกระบวนการเรียนรู้

¥  สาระสำคัญของหน่วยการเรียน

¥  อื่นๆ

ข้อเสนอแนะ…………………………………………………………………………….

๒.กำหนดมาตรฐานและเกณฑ์ในแฟ้มผลงานอย่างไร

¥  พิจารณามาตรฐานกันอย่างไร

¥  ใช้มาตรฐานอะไร

-                   หมวดวิชา

-                   การศึกษา

-                   ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนด

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………

๓.  ใครร่วมในกระบวนการประเมินผลงานและเลือกชิ้นงาน

การเลือก                                                                               คำอธิบาย

¥  นักเรียน                                                         ………………………………………

¥  ครู                                                                   ………………………………………

¥  เพื่อน                                                             ………………………………………

¥  ผู้ปกครอง                                                      ………………………………………

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………

๔.เมื่อใดจะเลือกชิ้นงานสำหรับเก็บในแฟ้มผลงาน

¥  จบหน่วยการเรียน                                       วันที่…………………………………

¥  ก่อนสอบกลางภาค                                     วันที่…………………………………

¥  ก่อนสอบปลายภาค                                     วันที่…………………………………

¥  สิ้นภาคเรียน                                                 วันที่…………………………………

¥  สิ้นปีการศึกษา                                             วันที่…………………………………

¥  สะสมไปเรื่อยๆ                                           วันที่…………………………………

                ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………

*******************************

ขั้นที่  ๔   สร้างสรรค์ผลงาน  (Interject  Personality)

                เป็นการถ่ายทอดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานอันแสดงถึงบุคลิกภาพของนักเรียน  ทั้งหน้าปกและรูปแบบหน้าต่างๆ รวมทั้งการตั้งชื่อชิ้นงาน  นักเรียนจะมีรูปแบบโครงร่างของตนเอง  งานสร้างสรรค์เป็นจุดเด่นของความรู้สึกนึกคิดของแต่ละบุคคล  ซึ่งเป็นรูปแบบลีลาบุคลิกและปฏิภาณไหวพริบของนักเรียน

แนวคิดในการสร้างสรรค์แฟ้มผลงาน

๔.๑  ปกของแฟ้มผลงาน  ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์ได้โดยวิธีการต่างๆ  เช่น ใช้วัสดุที่ผู้เรียนสะสมไว้  ภาพถ่าย รูปภาพ  ฯลฯ  การออกแบบปกอย่างอิสระทำให้เกิดความหลากหลาย  ทำให้ผู้ชมสนใจ  อยากดู อยากอ่านและอยากสำรวจ  ว่ามีอะไรอยู้ข้างในบ้าง

๔.๒  การจัดระบบรูปแบบของแฟ้มผลงาน  จัดตามขั้นที่  ๒  ที่ครูและนักเรียนได้ร่วมกันวางแผนไว้แล้ว

๔.๓ การจัดวางหน้า และตกแต่ง  สามารถสร้างสรรค์ได้หลายวิธี  เช่น ตกแต่งด้วยรูปภาพ  รูปสติกเกอร์  ภาพวาด  แล้วแต่ความสามารถของนักเรียนแต่ละคน  โดยคำนึงถึงเนื้อหาสาระและความงดงามทางศิลปะหรือการสร้างสรรค์

๔.๔  การแสดงถึงความรู้สึกและความตั้งใจ  ซึ่งในจุดนี้จะตรวจวัดได้ยาก  แต่ครูต้องพยายามให้นักเรียนได้แสดงความคิดสะท้อนออกมาในขณะที่พัฒนาแฟ้มผลงาน  ตัดสิ้นใจเลือกงาน  ออกแบบชิ้นงานจนสมบูรณ์  เพื่อให้คนอื่นทราบ  ชื่นชม  รวมทั้งมั่นใจว่านักเรียนได้แสดงออกถึงความสามารถทางวิชาการ  ความมีสุนทรีย์  ความเคร่งเครียด  อารมณ์ขันตลอดจนความพยายาม  เพื่อบรรลุเป้าหมายให้แก่ผู้ชม  ซึ่งนักเรียนจะได้ค้นหาค้นพบและรู้จักตนเอง  แล้วเสนอสิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดที่ต้องการให้เกิดความประทับใจ

                                                                การวางแผนของครู

๑.ให้นักเรียนออกแบบปกตามความคิดของนักเรียนเอง

๒.ให้จดบันทึกแนวคิดการจัดระบบงานในแฟ้มผลงาน

๓.จัดโครงร่างไว้ล่วงหน้า

๔.จดบันทึกความจำเกี่ยวกับคุณค่า  อารมณ์  ความรู้สึกที่ได้รับจากการตกแต่งแฟ้มผลงาน

**************************

ขั้นที่  ๕  การสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ  (Reflect  Metacognitively)

                เป็นการแสดงความคิดเห็น หรือความรู้สึกต่อชิ้นงานที่เลือกไว้ในแฟ้มผลงาน ชิ้นงานแต่ละชิ้นและรวมทั้งแฟ้มผลงานย่อมต้องการให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกนึกคิด  เมื่อนักเรียนได้วางแผน  กำกับ  ดูแล และประเมินคุณภาพงาน

สิ่งสำคัญสำหรับการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ  คือการคิดย้อนกลับเกี่ยวกับการคิดของตนเอง  การพิจารณา  ไตร่ตรองเกี่ยวกับการเรียนรู้ของตนเอง และพิจารณาย้อนกลับไปว่าเรียนอย่างไร  ทำไม  ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในการเรียน  เมื่อคนเราใช้ความคิดในขั้นสูง  ก็จะบรรยายถึงขั้นตอน  ลำดับเหตุการณ์  ก่อน  ระหว่างและหลังการแก้ปัญหา

แนวคิดในการดำเนินงาน

๕.๑ ขั้นการวางแผน  การมีวิสัยทัศน์ในด้านเป้าหมาย  และผลผลิตเป็นสิ่งที่สำคัญมากจะทำให้บุคคลรู้จักคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับการวางแผนการทำงาน  ซึ่งอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือหลายวิธีร่วมกัน ดังนี้

¥  การสร้างจินตนาการ  การสร้างภาพขึ้นในสมองช่วยให้นักเรียนเห็นความ

สำเร็จของงาน  โดยครูพยายามฝึกให้นักเรียนเริ่มจากภาพสิ่งของที่เป็นรูปธรรมใกล้ตัวก่อน  ห้องนอน  โต๊ะอาหาร  จากนั้นจึงค่อยๆ  ฝึกให้เกิดทักษะสร้างภาพแฟ้มงานของตน

¥  ยุทธศาสตร์การวางแผน  ช่วยให้นักเรียนมีความแจ่มชัดเกี่ยวกับเป้าหมายใน

ชิ้นงานมากยิ่งขึ้น

¥  กำหนดงานที่แสดงความสำเร็จเป็นขั้นๆ  หรือผลการเรียนรู้แต่ละระดับ  โดย

นำเอาแฟ้มผลงานออกมาย่อยเป็นงานแต่ละชิ้น  เป็นขั้นตอนแต่ละๆ  ขั้น  เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถนำไปสู่ความสำเร็จของแฟ้มผลงาน

๕.๒  ขั้นการติดตาม   กระทำโดย

¥  การติดป้าย  ทำสัญลักษณ์หรือบันทึกข้อความสั้นๆ ไว้บนชิ้นงาน   ขณะ

ที่ทำงานหรือรวบรวม นักเรียนต้องใช้กระบวนการวิเคราะห์  ไตร่ตรอง  การให้คำวิพากษ์วิจารณ์เป็นการสะท้อนความคิดในงานชิ้นนั้นๆ  ข้อความที่บันทึกลงไป  เช่น   เป็นงานชิ้นแรกของฉัน   เพื่อนชอบงานชิ้นนี้มาก   ยากที่สุดสำหรับงานชิ้นนี้   ฯลฯ   คำแสดงความรู้สึกเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนค้นหาคุณค่าของงานที่นำมาสะสม

¥  คำถาม  การตั้งคำถามเป็นเทคนิคของการสะท้อนความคิด  ที่สามารถเชื่อม

โยงสถานการณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำนักเรียนคิดตรึงตรองเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับแฟ้มผลงาน  คำถามอาจจะช่วยให้เข้าใจถึงจุดมุ่งหมาย  การเลือกงาน  การนำเสนอ  เช่น  นักเรียนอาจตั้งคำถามว่า  ทำไมฉันจึงรวบรวมสิ่งนี้  ฉันจะนำเสนอให้สั้นและมีประสิทธิภาพอย่างไร  งานชิ้นนี้จำเป็นหรือไม่อย่างไร  ฯลฯ

๕.๓  ขั้นประเมิน  นักเรียนได้ทบทวนงานของตนเองรู้ว่าตนดำเนินมาถึงขั้นใดของเป้าหมาย จะพบจุดเด่น  จุดด้อย และประเมินทิศทางที่จะทำต่อไปอย่างไร  หรือปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง

ตัวอย่างคำถามเกี่ยวกับการสะท้อนข้อมูล

๑.ทำไมถึงเลือกงานชิ้นนี้

๒.งานชิ้นนี้มีจุดเด่น  จุดด้อยอย่างไร

๓.ชิ้นงานที่ทำมีความสอดคล้องกับอะไร อย่างไร

๔.ฉันคิดว่าคนอื่นจะมีปฏิกิริยาต่องานชิ้นนี้อย่างไร

๕.ผู้ปกครองฉันชอบงานชิ้นนี้  หรือไม่ เพราะอะไร

*****************

ขั้นที่  ๖  ตรวจสอบความสามารถตนเอง (Inspect  to  self – Assess)

                ในขั้นนี้ให้นักเรียนตรวจสอบชิ้นงานของตนเองเพื่อประเมินตนเองและชิ้นงาน  ว่าบรรลุเป้าหมายเพียงใด  ได้พบจุดเด่น จุดด้อยอะไรบ้าง  มีความก้าวหน้าในขอบข่ายเนื้อหารสารหรือไม่  และงานที่ทำนั้นอยู่ในแนวทางที่กำหนดหรือไม่  อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในแนวทางการทำงาน

กระบวนการตรวจสอบมีการดำเนินการดังนี้

๖.๑  การเริ่มต้น  มีแนวคิด  ๒  ประการ  คือ

œ  การสร้างเกณฑ์   เกณฑ์สำหรับแฟ้มผลงานที่สมบูรณ์ประกอบด้วยการแสดงความคิด

ที่เด่นชัด  ความเจริญงอกงาม  และพัฒนาการกระบวนการ  ความเข้าใจและความร่วมมือ ความถูกต้องของข้อมูล  การบูรณาการ  ความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลายทางสติปัญญา หลักฐานการคิด การประเมินตนเอง  ความรู้สึกต่องาน  เป็นต้น

œ  การตรวจสอบ  โดยมีแบบสำรวจรายการที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง  รวมทั้งครู

เพื่อนและผู้ปกรอง

๖.๒  การตั้งเป้าหมาย  โดยการใช้บันทึกประจำวันเป็นสิ่งช่วยในการตั้งจุดมุงหมาย  เช่น

œ  บันทึกการเรียนรู้

œ  บันทึกความคิดเห็น

œ  กำหนดรายการการเรียนรู้

œ  กำหนดจุดมุ่งหมายระยะสั้น  และระยะยาว

๖.๓  การตัดสินใจครั้งสุดท้าย

œ  วิเคราะห์จุดเด่น และจุดด้อย

œ  ตรวจสอบและประเมินตนเอง

ขั้นที่  ๗  ประเมินค่าของผลงาน  (Perfect  and  Evaluate)

แนวทางการประเมินผลงาน

๗.๑  ไม่ให้ระดับคะแนน  แต่จะพิจารณาพัฒนาการของนักเรียน  ดดยการให้ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ  โดยการพูดหรือเขียน

๗.๒  ให้ระดับคะแนน  มีวิธีให้ระดับคะแนนหลายแนวดังนี้

œ  ให้คะแนนก่อนนำเข้าแฟ้มผลงาน

œ  เลือกชิ้นงานเพื่อให้คะแนน  โดยครูอาจจะแจ้งนักเรียนก่อนว่าชิ้นบ้างที่ให้คะแนน

หรือไม่ให้คะแนน  หรืออาจจะไม่แจ้งก็ได้โดยครูเป็นผู้เลือกให้คะแนนเองในบางชิ้นงาน

œ  ให้คะแนนรวมสำหรับแฟ้มผลงานทั้งฉบับ

ขั้นที่  ๘  สร้างความสัมพันธ์  (Connect  and  Conference)

ขั้นนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อน ครู  ผู้ปกครองได้ร่วมรับรู้และอภิปรายแฟ้มผลงาน  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน  ซึ่งครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนจัดประชุม  เตรียมคำถามและแนวทางตอบคำถามให้หลากหลายรูปแบบ

แนวทางการจัดประชุมมีดังนี้

œ  แสดงผลสัมฤทธิ์ของแฟ้มผลงาน

œ  กำหนดจุดประสงค์ที่วางไว้

œ  ตอบสนองกระบวนการเรียนรู้

œ  ชิ้นงานที่พอใจมากที่สุด

œ  ความร่วมมือในการสร้างแฟ้มผลงาน

œ  ภาพรวมของแฟ้มผลงาน

ขั้นที่  ๙  การทำให้มีคุณค่า  (Inject / Eject  to  update)

เป็นขั้นของการนำเข้าและเอาออกชิ้นงานเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ดีที่สุดและแสงดพัฒนาการของนักเรียน         แนวคิดในการนำเข้าและเอาออก

œ  กำหนดเวลาเป็นระยะๆ

œ  ปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอ

œ  ปรับทิศทางให้เห็นถึงการบูรณาการ

ขั้นที่  ๑๐  จัดแสดงผลงาน  (Reapect   Accomplishment)

                เมื่อแฟ้มผลงานเสร็จสมบูรณ์  เพื่อให้นักเรียนยอมรับคุณค่าและความภาคภูมิใจ  ในผลงานของตนเอง  โดยให้นักเรียนเตรียมงานด้วยตนเอง

แนวทางการจัดแสดงผลงาน

œ  กำหนดเป้าหมายเพื่ออะไร

œ  ผู้เข้าชมเป็นใครบ้าง

œ  เวลา  สถานที่

œ  สื่ออุปกรณ์

œ  บรรยากาศ

œ  การเปิดและปิดงานที่น่าประทับใจ

ขั้นตอนทั้ง  ๑๐  ขั้นนี้เป็นแนวทางในการจัดทำแฟ้มผลงานเพื่อใช้สำหรับการประเมินเพื่อ

พัฒนานักเรียน มิใช่เพื่อตัดสินนักเรียน

บทที่  ๔
แนวทางในการประเมิน

 

. ประเมินอะไร

œ  การแสดงออกถึงผลของความรู้  ความคิด  ความสามารถ  ทักษะและคุณลักษณะ

œ  กระบวนการเรียนรู้  กระบวนการทำงาน

œ  ผลผลิต  หรือชิ้นงาน

œ  แฟ้มผลงาน

. ประเมินเมื่อไหร่

œ  ประเมินอย่างต่อเนื่อง

œ  เมื่อจบหน่วยการเรียน

œ  กลางภาคเรียน

œ  สิ้นภาคเรียน

œ  สิ้นปีการศึกษา

. ประเมินจากอะไร

œ  ผลงาน  โครงงา น   รายงาน  ชิ้นงาน  แฟ้มผลงาน  ฯลฯ

œ  แบบบันทึกการสังเกต

œ  แบบบันทึกการสัมภาษณ์

œ  แบบบันทึกพฤติกรรม

œ  การทดสอบในลักษณะต่างๆ

.  ใครเป็นผู้ประเมิน

œ  นักเรียนประเมินตนเอง

œ  เพื่อน

œ  ผู้ปกครอง

œ  ครู

บทที่  ๕
บทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้อง

. ผู้บริหารโรงเรียน  ควรเป็นผู้จุดประกายความคิดด้วยการ

œ  กำหนดเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงาน และประกาศเป็นนโยบายของโรงเรียน

œ  สร้างความเข้าใจในระบบการเรียนการสอนและการประเมิน  ให้กับครู  นักเรียน  และ

ผู้ปกครอง

œ  ส่งเสริม  สนับสนุน ติดตาม กำกับดูแลให้ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและ

การประเมิน  ให้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.  ครู คำเนินการโดย

œ  เปลี่ยนบทบาทในการบอกความรู้  เป็นการกระตุ้น  ยั่วยุ  ท้าทาย ให้นักเรียนเกิดการ

เรียนรู้   สร้างความรู้ด้วยตัวเอง  และกระทำในสิ่งที่ดีงาม

œ  ใช้ยุทธวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย  เอื้อต่อการเรียนรู้ของนัก

เรียน  เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนและพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

œ  มุ่งเน้นให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้ไปปฏิบัติงาน       ในสถานการณ์จริงในชีวิต

ประจำวัน

œ  วางแผนและร่วมมือกับนักเรียน   ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  และ

การประเมินผล

œ  ประเมินนักเรียนในขณะทำกิจกรรมระหว่างเรียน      โดยให้สอดคล้องกับกิจกรรม

การเรียนการสอน   และเน้นประเมินเพื่อดูพัฒนาการ  และความก้าวหน้าของนักเรียน   ด้วยวิธีการที่หลากหลาย

œ  จัดระบบการรวบรวมและการจัดเก็บข้อมูล ให้เอื้อต่อการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์

.  นักเรียน เปลี่ยนบทบาทจากผู้รับฟังมาเป็น

œ  ผู้ค้นหา  แสดงออก สร้างความรู้และสร้างงานด้วนตนเอง

œ  ผู้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผล

œ  ผู้ตอบสนองการเรียนรู้ให้เต็มความสามารถของตนเอง

œ  ผู้ประเมินตนเองเพื่อพัฒนาอยู่เสมอ มิใช่รอผลการประเมินจากครูเพียงฝ่ายเดียว

.  ผู้ปกครอง   จะต้อง

œ  รับทราบจุดประสงค์การเรียนการสอนและการประเมินผล

œ  มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียน

œ  ส่งเสริม  สนับสนุน  ให้นักเรียนได้ศึกษาตามความถนัดและสนใจ

œ  สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้  ฝึกทักษะ  และปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์

 

เอกสารอ้างอิง

 

โกวิท      ประวาลพฤกษ์. “การพัฒนาวิชาชีพครู.” ใน  แนวคิดและนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ : พื้นฐานการปฏิรูปการศึกษาเพื่อประชาชน.  หน้า  ๖๒ – ๖๖ .  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๒

ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย  จังหวัดชัยนาท .  แนวทางการประเมินสภาพจริง.  เอกสารประกอบการประชุมการจัดทำแนวทางการประเมินสภาพจริง. วันที่  ๑๔ – ๑๕ กรกฎาคม  ๒๕๔๐  ณ  ห้องสมุดครูโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม . จังหวัดชัยนาท : ๒๕๔๐. อัดสำเนา

สำนักงานทดสอบทางการศึกษา. กระบวนการพัฒนาแฟ้มผลงานนักเรียน. พิมพ์ครั้งที่  ๒ . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๒

สำนักงานประสานงานโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. การใช้แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๒

สุเทพ   เรืองคล้าย .  การประเมินผลจากแฟ้มผลงาน.  เอกสารประกอบการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา  เพื่อดำเนินการปฏิรูปการศึกษา  เรื่อง การสร้างวัฒนธรรมทางวิชาชีพ เพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา. วันที่  ๒๘ – ๒๙  สิงหาคม  ๒๕๔๐  ณ  ห้องสมุดโรงเรียนประชาบำรุง . จังหวัดพัทลุง .  ๒๕๔๐  อัดสำเนา

*****************

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑.     แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มผลงาน

รายวิชาภาษาไทย    (ท ๕๐๓)     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่     ๕    

 โรงเรียนประชาบำรุง  อำเภอตะโหมด  จังหวัดพัทลุง

.  จุดประสงค์และรูปแบบแฟ้มผลงาน

                ๑.๑ จุดประสงค์

œ  เพื่อเก็บรวบรวมผลงานของนักเรียน  ทำให้นักเรียนทราบความก้าวหน้าและพัฒนาการ

ของตนเอง

œ  เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตรและจุดประสงค์การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย 

(ท ๕๐๓ )

œ  เพื่อประเมินประสิทธิภาพการสอนของครู

.๒  รูปแบบแฟ้มผลงาน

œ  แฟ้มผลงานส่วนบุคคล  ประเภทแฟ้มผลงานรวม

.  การรวบรวม และจัดการ

                นักเรียนรวบรวมผลงานตลอดภาคเรียน  แล้วเก็บไว้ในแฟ้มแขวน  เนื้อหาผลงานจะเกี่ยวกับวิชาภาษาไทย  (ท ๕๐๓) เป็นหลัก  และนักเรียนอาจเพิ่มเติมงานอื่นๆ ที่แสดงความก้าวหน้าและพัฒนาการของ  รวมทั้งแสดงความรู้ความสามารถและความหลากหลายทางสติปัญญาของตนเอง

.  การคัดเลือกชิ้นงาน

การวางโดยครูร่วมกับนักเรียนกำหนดชิ้นงานเพื่อบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้  เป็นชิ้นงานบังคับจำนวน  ๖  ชิ้น เพื่อประเมินทักษะทางภาษา  ฟัง  พูด  อ่าน  เขียน   และงานอิสระที่นักเรียนคัดเลือกเองจำนวนไม่น้อยกว่า  ๔  ชิ้น  เพื่อแสดงพัฒนาการและความหลากหลายทางสติปัญญาของนักเรียน

๔.  สร้างสรรค์ผลงาน

                ให้นักเรียนตกแต่งปก  ออกแบบสร้างรูปเล่มให้สวยงาม  เพื่อแสดงออกถึงบุคลิกภาพของตนเอง  โดยให้ใช้สี เส้น  รูปภาพ  กราฟฟิก  และอื่นๆ  ที่แสดงอารมณ์ ความรู้สึกอย่างสร้างสรรค์

๕.  การสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ

                ให้นักเรียนบันทึกข้อมูล  อารมณ์  ความรู้สึก  ความคิด  การวางแผน  ปัญหาอุปสรรค  ความประทับใจ และอื่นๆ ที่มีต่อชิ้นงาน รวมทั้งสะท้อนความคิดของผู้ปกครอง  เพื่อน หรือคนสำคัญอื่นๆ  ที่นักเรียนเห็นสมควร

๖.  ตรวจสอบชิ้นงาน  ประเมินตนเอง  ตรวจสอบเป้าหมาย

บันทึกในแบบประเมินที่แสดงการบรรลุเป้าหมาย  ประเมินความก้าวหน้าของงาน  และปรับทิศทางไปสู่เป้าหมาย

๗.   ทำให้สมบูรณ์ และให้ระดับคะแนน 

งานบังคับ  ๖  ชิ้นจะให้ระดับคะแนนตามจุดประสงค์การเรียนรู้  แล้วคืนกลับให้นักเรียนปรับปรุงแล้วนำเข้าแฟ้มผลงานรวมกับงานอิสระ  เพื่อประเมินแฟ้มผลงานรวมอีกครั้งในปลายภาคเรียน

๘.  การสร้างความสัมพันธ์  และการประชุม

                นักเรียนต้องช่วยกันกำหนดคำถาม ที่ต้องตอบเกี่ยวกับแฟ้มผลงานของตน  โดยอาจจะซักซ้อมก่อน  หรือแสดงบทบาทสมมุติ

๙.  พัฒนาคุณค่า

                โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถนำเข้าและเอาออกชิ้นงานได้ตลอดเวลา  เพื่อปรับเปลี่ยนและพัฒนาชิ้นงานให้ดีที่สุดจนกว่าตนเองจะพอใจ

๑๐.  จัดแสดงผลงาน

                ในวันประชุมผู้ปกครอง  หรืองานนิทรรศการทางวิชาการของโรงเรียน  เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการศึกษา  และร่วมรับทราบความสำเร็จและพัฒนาการของนักเรียน

๒    ตารางการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

ระยะเวลา

จุดประสงค์

การเรียนรู้

สมรรถภาพ

ภาระงาน

ผลงาน / หลักฐาน

เครื่องมือประเมิน

สัปดาห์ที่  ๓

สัปดาห์ที่

สัปดาห์ที่

๑๑

สัปดาห์ที่

๑๓

๑.เขียนรายงานทางวิชาการ

๒.อธิบายความสัมพันธ์ของภาษากับวัฒนธรรม

๓.พูดต่อประชุมชนได้

๔.สามารถทำปฏิทัศน์วรรณกรรมได้

๑. ความสามารถในการศึกษา  ค้นคว้า  หาข้อมูล

๒. ความสามารถการจดบันทึกข้อมูล

๓. ความสามารถการเขียนบรรณานุกรม

๔. ความสามารถในการทำรายงาน

๑.ความสามารถในการเขียนบทความ

๒. การวิเคราะห็ความสัมพันธ์

๓. การแสดงความคิดเห็น

๑. ความสามารถในการพูด

๒. ความสามารถการสังเคราะห์ประโยค

๓. ความสามารถการวิเคราะห์วิจารณ์

๑.ความสามารถการวางแผนการอ่าน

๒. ความสามารถการสรุปความ

๓. ความสามารถการเขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

  รายงาน

เขียนบทความแสดงความคิดเห็น

พูดต่อประชุมชน

เขียน

ปฏิทัศน์วรรณกรรม

๑. โครงเรื่อง

๒. รายงาน

๑. โครงเรื่องบทความ

๒. บทความ

๑. โครงร่างการพูด

๒.พูดต่อหน้าประชุมชน

๑.บันทึกแสดงเหตุผลในการเลือกอ่านวรรณกรรม

๒.แผนการ

ปฏิทัศน์วรรณกรรม

๑.แบบประเมินโครงเรื่อง

๒. แบบประเมินรายงาน

๑.แบบประเมินโครงเรื่อง

๒. แบบประเมินบทความ

๑.แบบตรวจโครงร่าง

๒.แบบประเมินการพูด

๑.แบบสำรวจการปฏิบัติงาน

๒.แบบประเมินการปฏิศน์วรรณกรรม

ระยะเวลา

จุดประสงค์

การเรียนรู้

สมรรถภาพ

ภาระงาน

ผลงาน / หลักฐาน

เครื่องมือประเมิน

สัปดาห์ที่ ๑๕

สัปดาห์ที่

๑๗

สัปดาห์ที่

๑ – 18

๕.รวบรวมถ้อยคำ ข้อความ บทประพันธ์ได้

๖. แต่งคำประพันธ์ได้อย่างน้อย  ๒ ชนิด

-

๑.ความสามารถในการจำแนกประเภทวรรณกรรม

๒.ความสามารถในการประเมินค่า

๓.ความสามารถในการตัดสินเลือกอ่านหนังสือ

๑. ความสามารถในการแต่งคำประพันธ์

๒. การถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกเป็นคำประพันธ์

๓.ความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์สุนทรีย์

๔.ความสามารถในการสร้างแผนผังคับให้ถูกต้องตาม

ฉันทลักษณ์

๑.แสดงความสามารถที่มีในตัวเองของนักเรียน

๒.แสดงความหลากหลายทางสติปัญญา

รวบรวมถ้อยคำ ข้อความ บทประพันธ์

แต่งคำประพันธ์

นักเรียนกำหนดเองอีกไม่น้อยกว่า

๔  ชิ้น

๑.ผลงานรวมรวมวรรณกรรม

๑.แผนผังคำประพันธ์

๒.บทประพันธ์ที่แต่ง

นักเรียนกำหนดเอง

๑.แบประเมินผลงาน

๑.แบบตรวจแผนผังบังคับคำประพันธ์

๒.แบบประเมินผลคำประพันธ์

นักเรียนสร้างแบบประเมินตนเองและสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ

๓.  ตัวอย่าง  แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 

โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มสะสมงาน

วิชาภาษาไทย  ( ท  ๕๐๓ ) 

 

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มสะสมงาน

แผนการจัดกิจกรรมที่  ๑

. จุดประสงค์การเรียนรู้

                เขียนรายงานเชิงวิชาการได้ถูกต้อง

. ภาระงาน

ทำรายงานเชิงวิชาการจากการศึกษา ค้นคว้า

.แนวการจัดกิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษาหลักการเขียนรายงานทางวิชาการ

๓.๒ นักเรียนวางแผนเพื่อการเขียนรายงานเชิงวิชาการ

๓.๓ เลือกหัวข้อเรื่อง กำหนดขอบเขต ตั้งจุดมุ่งหมายและวางโครงเรื่อง

๓.๔ ศึกษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูล

๓.๕ เขียนรายงานเชิงวิชาการจากโครงเรื่องและข้อมูลจากการศึกษา ค้นคว้า

๓.๖ จัดแสดงผลงาน

. เป้าหมาย

๔.๑ โครงเรื่องรายงานเชิงวิชาการ

๔.๒ รายงานเชิงวิชาการ

.เกณฑ์การประเมิน

๕.๑ ส่วนประกอบ รูปเล่มของรายงาน

๕.๒ การลำดับความ การวางโครงเรื่อง

๕.๓ ความสมบูรณ์ของเนื้อหา

๕.๔ การอ้างอิง หลักฐานที่มาของข้อมูล

 

 

 

ใบงานที่  ๑

. ชื่องาน              เขียนรายงานเชิงวิชาการ

.จุดมุ่งหมาย

๒.๑ เพื่อให้นักเรียนอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาสาระ

๒.๒ เพื่อให้นักเรียนวางแผนในการทำงานอย่างมีระบบขั้นตอน

๒.๓ เพื่อให้นักเรียนเขียนรายงานเชิงวิชาการ

. กิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษาหลักการเขียนรายงานทางวิชาการ

๓.๒ นักเรียนวางแผนเพื่อการเขียนรายงานเชิงวิชาการ

๓.๓ เลือกหัวข้อเรื่อง กำหนดขอบเขต ตั้งจุดมุ่งหมายและวางโครงเรื่อง

๓.๔ ศึกษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูล

๓.๕ เขียนรายงานเชิงวิชาการจากโครงเรื่องและข้อมูลจากการศึกษา ค้นคว้า

๓.๖ จัดแสดงผลงาน

. เป้าหมาย

๔.๑ โครงเรื่องรายงานเชิงวิชาการ

๔.๒ รายงานเชิงวิชาการ

.เกณฑ์การประเมิน

๕.๑ ส่วนประกอบ รูปเล่มของรายงาน

๕.๒ การลำดับความ การวางโครงเรื่อง

๕.๓ ความสมบูรณ์ของเนื้อหา

๕.๔ การอ้างอิง หลักฐานที่มาของข้อมูล

แบบตรวจโครงเรื่อง

คำชี้แจง           ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่อง (  ) ถ้าเห็นว่ารายการที่ประเมินผลเหมาะสม หรือเห็นว่าควรปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อเสนอแนะที่เหมาะสมลงไปด้วย

. ชื่อเรื่อง

(   )  เหมาะสม

(   )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

…………………………………………………………………..

.วัตถุประสงค์

(   )  เหมาะสม

(   )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

                                                        ………………………………………………………………………

. ขอบเขตของเรื่อง         

(   )  เหมาะสม

(   )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

……………………………………………………………………..

๔.โครงเรื่อง

                                                (   )  เหมาะสม

(   )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

. การจัดลำดับเนื้อเรื่อง

(   )  เหมาะสม

(   )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

 

เกณฑ์การประเมินการเขียนรายงานเชิงวิชาการ

                รายการประเมิน

๑. ส่วนประกอบ รูปเล่มของรายงาน

๒. การลำดับความ การวางโครงเรื่อง

๓. ความสมบูรณ์ของเนื้อหา

๔. การอ้างอิง หลักฐานที่มาของข้อมูล

คะแนน ๕  ดีมาก หมายถึง   ส่วนประกอบของรายงานครบถ้วน จัดรูปเล่มสวยงามเหมาะสม

การวางโครงเรื่องไปตามลำดับขั้นตอน เนื้อหาสมบูรณ์ถูกต้อง

ตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับหัวเรื่อง จุดมุ่งหมายและขอบเขต

ของเรื่อง  ที่มาของข้อมูลหลากหลาย อ้างอิงถูกต้องตามแบบแผน

คะแนน   ๔ ดี      หมายถึง   ส่วนประกอบของรายงานครบถ้วน จัดรูปเล่มสวยงามเหมาะสม

การวางโครงเรื่องไปตามลำดับขั้นตอน เนื้อหาสมบูรณ์ถูกต้อง

ตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับหัวเรื่อง จุดมุ่งหมายและขอบเขต

ของเรื่อง  ที่มาของข้อมูลน้อย อ้างอิงไม่ค่อยถูกต้องนัก

คะแนน   ๓ ปานกลาง หมายถึง   ส่วนประกอบของรายงานครบถ้วน จัดรูปเล่มไม่ค่อยสวยงาม

การวางโครงเรื่องขาดลำดับขั้นตอน เนื้อหาสมบูรณ์ถูกต้อง

ตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับหัวเรื่อง จุดมุ่งหมายและขอบเขต

ของเรื่อง  ที่มาของข้อมูลน้อย อ้างอิงไม่ค่อยถูกต้องนัก

คะแนน   ๒ พอใช้ หมายถึง   ส่วนประกอบของรายงานครบถ้วน จัดรูปเล่มไม่เหมาะสม

การวางโครงเรื่องสับสนไม่มีขั้นตอน เนื้อหาไม่ถูกต้อง

ตามหลักวิชาการ ไม่สอดคล้องกับหัวเรื่อง จุดมุ่งหมายและขอบเขต

ของเรื่อง  ที่มาของข้อมูลน้อย อ้างอิงไม่ถูกต้อง

คะแนน   ๑ ต้องปรับปรุง หมายถึง   ส่วนประกอบของรายงานไม่ครบ จัดรูปเล่มไม่เหมาะสม

การวางโครงเรื่องสับสนไม่มีขั้นตอน เนื้อหาไม่ถูกต้อง

ตามหลักวิชาการ ไม่สอดคล้องกับหัวเรื่อง จุดมุ่งหมายและขอบเขต

ของเรื่อง  ที่มาของข้อมูลน้อย อ้างอิงไม่ถูกต้อง

คะแนน   ๐          หมายถึง     ไม่มีรายงาน

แบบประเมินการเขียนรายงานเชิงวิชาการ

โดยครูผู้สอน

๑.   ผู้เขียนรายงาน

ชื่อ…………………………………………เลขที่……………..ชั้น……………..

๒. ตารางการประเมิน

คำชี้แจง                 ระดับคุณภาพคะแนน

๕            ดีมาก                      ๔            ดี                             ๓            ปานกลาง

๒            พอใช้                     ๑             ควรปรับปรุง         ๐             ไม่มีผลงาน

รายการประเมิน

ระดับคุณภาพ

หมายเหตุ

๑.ส่วนประกอบ รูปเล่มของรายงาน

๒.การลำดับความการวางโครงเรื่อง

๓.ความสมบูรณ์ของเนื้อหา

๔.การอ้างอิง หลักฐานที่มาของข้อมูล

คะแนนรวม……………………………คะแนน

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน

(นายสุเทพ    เรืองคล้าย)

 

 

 

 

 

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มสะสมงาน

แผนการจัดกิจกรรมที่   ๒

.จุดประสงค์การเรียนรู้

ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและอธิบายความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมกับภาษาได้

.ภาระงาน

เขียนแสดงความคิดเห็นหัวข้อเกี่ยวกับ  “ภาษากับวัฒนธรรม”

.แนวทางการจัดกิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษาบทเรียนเรื่อง ภาษากับวัฒนธรรม

๓.๒ ศึกษาหลักการเขียนแสดงความคิดเห็น

๓.๓  เลือกหัวข้อเรื่องที่จะเขียนแสดงความคิดเห็น

๓.๔ กำหนดวัตถุประสงค์และเขียนโครงเรื่องให้สอดคล้องกัน

๓.๕ เขียนแสดงความคิดเห็นจากหัวข้อและโครงเรื่องที่ผ่านการตรวจแก้ไขแล้ว

๓.๕ นักเรียนจัดแสดงผลงาน เพื่อการประเมินผล

. เป้าหมาย

๔.๑ โครงเรื่องที่จะเขียนแสดงความคิดเห็น

๔.๒ บทความที่เขียนแสดงความคิดเห็น

. เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผล

๕.๑ ตารางประเมินผลการเขียนแสดงความคิดเห็น

๕.๒ เกณฑ์การประเมินผลการเขียนแสดงความคิดเห็น

ใบงานที่  ๒

. ชื่องาน  เขียนแสดงความคิดเห็น

. จุดมุ่งหมาย

๒.๑ เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของภาษาในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและอธิบายความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมกับภาษาได้

๒.๒ เพื่อให้นักเรียนเขียนบทความแสดงความคิดได้

.กิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษาบทเรียนเรื่อง ภาษากับวัฒนธรรม

๓.๒ ศึกษาหลักการเขียนแสดงความคิดเห็น

๓.๓  เลือกหัวข้อเรื่องที่จะเขียนแสดงความคิดเห็น

๓.๔ กำหนดวัตถุประสงค์และเขียนโครงเรื่องให้สอดคล้องกับชื่อเรื่องแล้วนำเข้ากลุ่มร่วมกันตรวจแก้ไขจนเป็นที่พอใจ

๓.๕ เขียนแสดงความคิดเห็นจากหัวข้อและโครงเรื่องให้ได้ใจความสมบูรณ์ เป็นบทความที่น่าสนใจ ด้วยสำนวนภาษาและถ้อยคำที่สละสลวยชวนอ่าน

๓.๕ นักเรียนจัดแสดงผลงาน เพื่อการประเมินผล

. เป้าหมาย

๔.๑ โครงเรื่องที่จะเขียนแสดงความคิดเห็น

๔.๒ บทความที่เขียนแสดงความคิดเห็น

.เกณฑ์การประเมิน

๕.๑ เนื้อหาสาระ

๕.๒ วิธีนำเสนอ

๕.๓ ถ้อยคำสำนวนภาษา

๕.๔ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

แบบตรวจโครงเรื่อง

คำชี้แจง           ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่อง (  ) ถ้าเห็นว่ารายการที่ประเมินผลเหมาะสม หรือเห็นว่าควรปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อเสนอแนะที่เหมาะสมลงไปด้วย

. ชื่อเรื่อง                             (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

 ๒.วัตถุประสงค์               (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

   ๓.โครงเรื่อง

                ๓.๑  บทนำ            (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

…………………………………………………………………….

๓.๒  เนื้อเรื่อง      (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

…………………………………………………………………….

๓.๓ บทสรุป         (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

…………………………………………………………………….

. การจัดลำดับเนื้อเรื่อง   (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

เกณฑ์การประเมินการเขียนแสดงความคิดเห็น

. เนื้อหาสาระ

                ระดับคะแนน   ๕   หมายถึง           ข้อมูลถูกต้องชัดเจน สอดคล้องและเหมาะสมกับ

จุดมุ่งหมาย     มีสัมพันธภาพในการจัดลำดับความ

เนื้อหามีเอกภาพและสารัตถภาพ

ระดับคะแนน   ๔   หมายถึง           ข้อมูลขาดความชัดเจน สอดคล้องและเหมาะสมกับ

จุดมุ่งหมาย     มีสัมพันธภาพในการจัดลำดับความ

เนื้อหามีเอกภาพและสารัตถภาพ

                ระดับคะแนน   ๓  หมายถึง             ข้อมูล ขาดความชัดเจน ไม่สอดสอดคล้องและไม่

เหมาะสมกับจุดมุ่งหมาย     มีสัมพันธภาพในการ

ลำดับความ  เนื้อหามีเอกภาพและสารัตถภาพ

                ระดับคะแนน   ๒  หมายถึง            ข้อมูล ขาดความชัดเจน ไม่สอดสอดคล้องและไม่

เหมาะสมกับจุดมุ่งหมาย     ขาดสัมพันธภาพในการ

ลำดับความ  เนื้อหามีเอกภาพและสารัตถภาพ

                ระดับคะแนน   ๑  หมายถึง             ข้อมูล ขาดความชัดเจน ไม่สอดสอดคล้องและไม่

เหมาะสมกับจุดมุ่งหมาย     ขาดสัมพันธภาพในการ

ลำดับความ  เนื้อหาไม่มีเอกภาพและสารัตถภาพ

ระดับคะแนน   ๐  หมายถึง          ไม่มีบทความ

. วิธีนำเสนอ

ระดับคะแนน   ๕  หมายถึง          คำนำและบทสรุปเร้าความสนใจ  บทความมีความ

ถูกต้องตามองค์ประกอบและรูปแบบการเขียน สะอาด

เรียบร้อยสะกดคำและใช้เครื่องหมายวรรคตอนถูกต้อง

ระดับคะแนน   ๔  หมายถึง          คำนำและบทสรุปเร้าความสนใจ  บทความมีความ

ถูกต้องตามองค์ประกอบและรูปแบบการเขียน สะกดคำและใช้เครื่องหมายวรรคตอนถูกต้อง   แต่ขาดความสะอาดเรียบร้อยในการทำงาน

ระดับคะแนน   ๓  หมายถึง          คำนำและบทสรุปไม่น่าความสนใจ  บทความมีความ

ถูกต้องตามองค์ประกอบและรูปแบบการเขียน สะกดคำและใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิดบ้างเล็กน้อย   และขาดความสะอาดเรียบร้อยในการทำงาน

ระดับคะแนน   ๒  หมายถึง         คำนำและบทสรุปไม่น่าความสนใจ  บทความมีความ

ถูกต้องตามองค์ประกอบและรูปแบบการเขียน สะกดคำและใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิดมาก   และขาดความสะอาดเรียบร้อยในการทำงาน

ระดับคะแนน   ๑  หมายถึง          คำนำและบทสรุปไม่น่าความสนใจ องค์ประกอบและ

รูปแบบการเขียนไม่ถูกต้อง สะกดคำและใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิดมาก   และขาดความสะอาดเรียบร้อยในการทำงาน

        ระดับคะแนน   ๐  หมายถึง         ไม่มีบทความ

. ถ้อยคำสำนวนภาษา

                ระดับคะแนน  ๕  หมายถึง              การใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาก่อให้เกิดจินตภาพและ

ภาพพจน์ ใช้สำนวนโวหารเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ถ้อยคำที่ใช้ก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกคล้อยตาม ภาษาเหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

ระดับคะแนน  ๔  หมายถึง              การใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาก่อให้เกิดจินตภาพและ

ภาพพจน์ ใช้สำนวนโวหารเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ถ้อยคำที่ใช้ก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกคล้อยตาม แต่ภาษาไม่ค่อยเหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

ระดับคะแนน  ๓  หมายถึง              การใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาก่อให้เกิดจินตภาพและ

ภาพพจน์ ใช้สำนวนโวหารเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง แต่ถ้อยคำที่ใช้ก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกคล้อยตามและ ภาษาไม่เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

ระดับคะแนน  ๒  หมายถึง              การใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาก่อให้เกิดจินตภาพและ

ภาพพจน์ ใช้สำนวนโวหารไม่เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ถ้อยคำที่ใช้ไม่ก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกคล้อยตาม ภาษายังไม่เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

ระดับคะแนน  ๑  หมายถึง               การใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาไม่ก่อให้เกิดจินตภาพและ

ใช้สำนวนโวหารไม่เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ถ้อยคำที่ใช้ก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกคล้อยตาม

           ระดับคะแนน   ๐  หมายถึง                        ไม่มีบทความ

 

. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

                ระดับคะแนน  ๕  หมายถึง              มีการสร้างคำ  วลี  ประโยคและสำนวนขึ้นใหม่

การแสดงความคิดให้ความรู้สึกลึกซึ้ง นำเสนอเนื้อหาแปลกใหม่  บทความแสดงวิสัยทัศน์กว้างไกล สอดแทรกแนวคิดเชิงสร้างสรรค์

ระดับคะแนน  ๔  หมายถึง              มีการสร้างคำ  วลี  ประโยคและสำนวนขึ้นใหม่

การแสดงความคิดให้ความรู้สึกลึกซึ้ง นำเสนอเนื้อหาแปลกใหม่  บทความแสดงวิสัยทัศน์กว้างไกล  แต่ไม่ได้ สอดแทรกแนวคิดเชิงสร้างสรรค์

ระดับคะแนน  ๓  หมายถึง              มีการสร้างคำ  วลี  ประโยคและสำนวนขึ้นใหม่

การแสดงความคิดให้ความรู้สึกลึกซึ้ง นำเสนอเนื้อหาแปลกใหม่  บทความไม่ปรากฏวิสัยทัศน์ของผู้เขียน ขาดแนวคิดเชิงสร้างสรรค์

ระดับคะแนน  ๒  หมายถึง              มีการสร้างคำ  วลี  ประโยคและสำนวนขึ้นใหม่

การแสดงความคิดให้ความรู้สึกลึกซึ้ง ไม่ได้นำเสนอ

เนื้อหาแปลกใหม่ บทความไม่ปรากฏวิสัยทัศน์ของผู้เขียน ขาดแนวคิดเชิงสร้างสรรค์

ระดับคะแนน  ๑  หมายถึง               ไม่มีการสร้างคำ  วลี  ประโยคและสำนวนขึ้นใหม่

การแสดงความคิดขาดความลึกซึ้ง ไม่ได้นำเสนอ

เนื้อหาแปลกใหม่ บทความไม่ปรากฏวิสัยทัศน์ของผู้เขียน ขาดแนวคิดเชิงสร้างสรรค์

               ระดับคะแนน   ๐  หมายถึง       ไม่มีบทความ

———————————

Ä  จินตภาพ                        ภาพที่เกิดจากความนึกคิด หรือ ที่คิดว่าควรจะเป็น

Ä  สารัตถภาพ                   ใจความหลักของเรื่อง  ความคิดประเด็นสำคัญของเรื่อง

Ä  สัมพันธภาพ                 ความเกี่ยวข้อง ต่อเนื่องกันของเนื้อเรื่อง

Ä  วิสัยทัศน์                        ทรรศนะ  แนวความคิด สภาพที่พึงปรารถนาในอนาคต

แบบประเมินการเขียนบทความแสดงความคิดเห็น

โดยครูผู้สอน

. ผู้เขียนบทความ

                ชื่อ…………………………………………เลขที่……………..ชั้น……………..

. ตารางประเมินผลงาน

คำชี้แจง                 ระดับคุณภาพคะแนน

๕            ดีมาก                      ๔            ดี                             ๓            ปานกลาง

๒            พอใช้                     ๑             ควรปรับปรุง         ๐             ไม่มีผลงาน

 

รายการประเมิน

ระดับคุณภาพ

 

หมายเหตุ

 

 

 

 

 

 

.เนื้อหาสาระ

.วิธีนำเสนอ

.ถ้อยคำสำนวนภาษา

.ความคิดริเริ่มสร้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

. คะแนนรวม……………………………คะแนน

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

               

ลงชื่อ…………………………………….

                  (นายสุเทพ    เรืองคล้าย)

 

 

 

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มสะสมงาน

แผนการจัดกิจกรรมที่  ๓

 

. จุดประสงค์การเรียนรู้

                พูดต่อประชุมชนได้

. ภาระงาน

                พูดต่อประชุมชน

.แนวการจัดกิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษาประเภทของการพูดต่อประชุมชน  และหลักการพูดต่อประชุมชน

๓.๒ นักเรียนศึกษา สำรวจ รวบรวม เรื่องราวที่ที่น่าสนใจและมีประโยชน์จากแหล่งข้อมูลต่างๆ

๓.๓ นักเรียนศึกษาการเตรียมตัวพูดต่อประชุมชน  การวิเคราะห์และประเมินค่าการพูดต่อประชุมชน  และตัวอย่างการพูดต่อประชุมชน

๓.๔ นักเรียนวางแผนการพูดต่อประชุมชน

๓.๕  เขียนโครงร่างเรื่องที่จะพูด  แลกเปลี่ยนกันตรวจแก้ไขและปรับปรุง

๓.๖  ครูติดตามการปฏิบัติงานของนักเรียนเป็นระยะ ๆ

๓.๗ นักเรียนพูดเรื่องที่เตรียมมาตามโครงร่างที่เขียนไว้

๓.๘  นักเรียนในชั้นร่วมกันการวิเคราะห์และประเมินค่าการพูดของเพื่อนแต่ละคน

. เป้าหมาย

๔.๑เขียนโครงร่างการพูด

๔.๒ พูดต่อประชุมชน

๔.๓ การวิเคราะห์และประเมินค่าการพูด

. เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผล

๕.๑ แบบตรวจโครงร่างการพูดต่อประชุมชน

๕.๒ แบบประเมินการพูดต่อประชุมชน

 

 

 

 

 

 

 

ใบงานที่  ๓

. ชื่องาน   พูดต่อประชุมชนได้

. จุดมุ่งหมาย   

๒.๑  เพื่อให้นักเรียนวางแผนการพูดต่อประชุมชน

๒.๒  เพื่อให้นักเรียนเขียนโครงร่างเรื่องที่พูด

๒.๓  เพื่อให้นักเรียนพูดต่อประชุมชน

๒.๔  เพื่อให้นักเรียนวิเคราะห์และประเมินค่าพฤติกรรมการพูดต่อประชุมชน

.  กิจกรรม

                ๓.๑ นักเรียนศึกษาประเภทของการพูดต่อประชุมชน  และหลักการพูดต่อประชุมชน

๓.๒ นักเรียนศึกษา สำรวจ รวบรวม เรื่องราวที่ที่น่าสนใจและมีประโยชน์จากแหล่งข้อมูลต่างๆ

๓.๓ นักเรียนศึกษาการเตรียมตัวพูดต่อประชุมชน  การวิเคราะห์และประเมินค่าการพูดต่อประชุมชน  และตัวอย่างการพูดต่อประชุมชน

๓.๔ นักเรียนวางแผนการพูดต่อประชุมชน

๓.๕  เขียนโครงร่างเรื่องที่จะพูด  แลกเปลี่ยนกันตรวจแก้ไขและปรับปรุง

๓.๖  ครูติดตามการปฏิบัติงานของนักเรียนเป็นระยะ ๆ

๓.๗ นักเรียนพูดเรื่องที่เตรียมมาตามโครงร่างที่เขียนไว้

๓.๘  นักเรียนในชั้นร่วมกันการวิเคราะห์และประเมินค่าการพูดของเพื่อนแต่ละคน

.  เป้าหมาย

๔.๑  เขียนโครงร่างการพูดต่อประชุมชน

๔.๒  พูดต่อหน้าประชุมชน

๔.๓  วิเคราะห์และประเมินค่าพฤติกรรมการพูดต่อประชุมชน

.  เกณฑ์การประเมิน

                ๕.๑  เนื้อหาสาระ

๕.๒ บุคลิกภาพ

๕.๓ วิธีนำเสนอ

๕.๔ การใช้ภาษา

 

 

 

 

 

แบบตรวจโครงร่างการพูดต่อประชุมชน

คำชี้แจง           ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่อง (  ) ถ้าเห็นว่ารายการที่ประเมินผลเหมาะสม หรือเห็นว่าควรปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อเสนอแนะที่เหมาะสมลงไปด้วย

. ชื่อเรื่อง             (   )  เหมาะสม

(   )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

.จุดมุ่งหมาย     (   )  สอดคล้อง เหมาะสมกับเนื้อหาและชื่อเรื่อง

(   )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

.โครงเรื่อง

                ๓.๑  บทนำ            (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

…………………………………………………………………….

๓.๒  เนื้อเรื่อง      (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

…………………………………………………………………….

๓.๓ บทสรุป         (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

…………………………………………………………………….

. การจัดลำดับเนื้อเรื่อง   (  )  เหมาะสม

(  )  ควรปรับปรุง

ข้อเสนอแนะ………………………………………………………..                                                          …………………………………………………………………….

เกณฑ์การประเมินการพูดต่อประชุมชน

เกณฑ์การพิจารณา

. เนื้อหาสาระ

ระดับคะแนน       ๕            หมายถึง                มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามหัวข้อที่จะพูด  มีประเด็น

หลักและข้อมูลสนับสนุน

ระดับคะแนน       ๔            หมายถึง                เนื้อหาค่อนข้างชัดเจน  มีประเด็นหลักแต่รายละเอียดไม่
                                                ครอบคลุมเนื้อหา

ระดับคะแนน       ๓            หมายถึง                มีจุดเน้นของเนื้อหาแต่ข้อมูลสนับสนุนน้อย  ขาดความ

สมเหตุสมผล  หรือขาดความสอดคล้อง

ระดับคะแนน       ๒            หมายถึง                จุดเน้น / ประเด็นไม่ชัด ขาดข้อมูลสนับสนุน
ระดับคะแนน       ๑             หมายถึง                ขาดสาระ และรายละเอียด
ระดับคะแนน       ๐             หมายถึง                ไม่มีการพูด

.บุคลิกภาพ

ระดับคะแนน       ๕            หมายถึง                ใช้กิริยาท่าทางได้สอดคล้องกับเนื้อหาในการพูด มีความ

เชื่อมั่นในการปรากฎตัว  มีการสัมพันธภาพกับผู้ฟังและ

มีมารยาทในการพูด

ระดับคะแนน       ๔            หมายถึง                ใช้กิริยาท่าทางได้สอดคล้องกับเนื้อหาในการพูด

การปรากฎตัวมีการประหม่าเล็กน้อย มีความเชื่อมั่นในตนเอง

มีสัมพันธภาพกับผู้ฟังและมีมารยาท

ระดับคะแนน       ๓            หมายถึง                ใช้กิริยาท่าทางได้สอดคล้องกับเนื้อหาในการพูด มีการ

ประหม่า ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง มีสัมพันธภาพกับผู้ฟังและมี

มารยาท

ระดับคะแนน       ๒            หมายถึง                ใช้กิริยาท่าทางได้สอดคล้องกับเนื้อหาในการพูด มีการ

ประหม่า ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง  ขาดสัมพันธภาพกับผู้ฟัง

มีมารยาท

ระดับคะแนน      ๑             หมายถึง                ใช้กิริยาท่าทางไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในการพูด มีการ

ประหม่า ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ขาดสัมพันธภาพกับผู้ฟังและไม่มีมารยาทในการพูด

ระดับคะแนน       ๐             หมายถึง                ไม่มีการพูด

 

.วิธีนำเสนอ

ระดับคะแนน       ๕            หมายถึง                นำเสนอได้เร้าความสนใจของผู้ฟัง  น้ำเสียงชัดเจน เสียง

ดังพอเหมาะ น้ำเสียงสอดคล้องกับเนื้อหา  รักษาเวลาได้พอดี

ระดับคะแนน       ๔            หมายถึง                นำเสนอได้เร้าความสนใจของผู้ฟัง  น้ำเสียงค่อนข้าง

เหมาะสม  ระดับเสียงไม่เหมาะสมกับผู้ฟัง  รักษาเวลาได้

พอเหมาะ

ระดับคะแนน       ๓            หมายถึง                นำเสนอได้น่าสนใจ  น้ำเสียงไม่เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง

เสียงเบาไม่เหมาะสมกับผู้ฟัง น้ำเสียงไม่สอดคล้องกับเนื้อหา

รักษาเวลาได้พอเหมาะ

ระดับคะแนน       ๒            หมายถึง                นำเสนอไม่น่าสนใจ  น้ำเสียงไม่เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง

เสียงเบาไม่ค่อยได้ยิน ไม่รักษาเวลา

ระดับคะแนน       ๑             หมายถึง                นำเสนอน่าเบื่อ  น้ำเสียงไม่เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง เสียง

เบาไม่ค่อยได้ยิน ไม่รักษาเวลา

ระดับคะแนน       ๐             หมายถึง                ไม่มีการพูด

๔.การใช้ภาษา

ระดับคะแนน       ๕            หมายถึง                เลือกสรรปรุงแต่งถ้อยคำได้ไพเราะ ใช้ สำนวนได้ดี

ถูกต้องตามความหมาย ออกเสียง ได้ถูกต้องชัดเจน ใช้ระดับ

ภาษาเหมาะสม เรียบเรียงประโยคถูกต้องตามหลักภาษา

ระดับคะแนน       ๔            หมายถึง                ใช้ถ้อยคำ สำนวนได้ดีถูกต้องตามความหมาย ออกเสียง

ไม่ค่อยถูกต้องชัดเจน ใช้ระดับภาษาเหมาะสม เรียบเรียงประโยค

ถูกต้องตามหลักภาษา

ระดับคะแนน       ๓            หมายถึง                ใช้ถ้อยคำ สำนวนได้พอเหมาะ ออกเสียงไม่ค่อยถูกต้อง

ชัดเจน ใช้ระดับภาษาไม่เหมาะสม เรียบเรียงประโยคถูกต้องตาม

หลักภาษา

ระดับคะแนน       ๒            หมายถึง                ใช้ถ้อยคำ สำนวนไม่ค่อยถูกต้อง ออกเสียงไม่ค่อย

ถูกต้องชัดเจน ใช้ระดับภาษาไม่เหมาะสม  เรียบเรียงประโยค

ถูกต้องตามหลักภาษา

ระดับคะแนน       ๑             หมายถึง                ใช้ถ้อยคำ สำนวนไม่ถูกต้องตามความหมาย ออกเสียง

ไม่ชัดเจน ใช้ระดับภาษาไม่เหมาะสม เรียบเรียงประโยคผิดหลัก

ภาษา

ระดับคะแนน       ๐             หมายถึง                ไม่มีการพูด

แบบประเมินผลงาน

ชื่อชิ้นงาน……………………………………………………………………

ชื่อผู้ทำ………………………………………เลขที่……..ชั้น………..

ผลการประเมิน

๑. การประเมินผลงานตนเอง

(  )  ดีมาก                             (  )  พอใจ                             (  )  ไม่พอใจ

การสะท้อนความคิดเห็น……………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………….

(……………………………..)

๒. การประเมินโดยผู้ปกครอง

(  )  ดี                     (  )  พอใช้                            (  )  ควรปรับปรุง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………….

(……………………………..)

๓. การประเมินโดยเพื่อน

(  )  ดี                     (  )  พอใช้                            (  )  ควรปรับปรุง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………….

(……………………………..)

แบบประเมินการพูดต่อประชุมชน

โดยครูผู้สอน

. ผู้พูด

                ชื่อ…………………………………………………เลขที่……….ชั้น…………….

๒. ตารางการประเมิน

คำชี้แจง                 ระดับคุณภาพคะแนน

๕            ดีมาก                      ๔            ดี                             ๓            ปานกลาง

๒            พอใช้                     ๑             ควรปรับปรุง         ๐             ไม่มีผลงาน

ที่

รายการประเมิน

ระดับคะแนน

หมายเหตุ

เนื้อหาสาระ

บุคลิกภาพ

วิธีนำเสนอ

การใช้ภาษา

รวม

คะแนนรวม…………………………………………………….

ข้อคิดเห็น / เสนอแนะ………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………………..ผู้ประเมิน

(นายสุเทพ        เรืองคล้าย)

 

 

 

 

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มสะสมงาน

แผนการจัดกิจกรรมที่  ๔

 

. จุดประสงค์การเรียนรู้

สามารถทำปฏิทัศน์วรรณกรรมได้

. ภาระงาน

                เขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

.แนวการจัดกิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษาวรรณกรรมประเภทต่างๆ ตามที่สนใจ

๓.๒ นักเรียนเลือกอ่านวรรณกรรมที่ชอบ  ๑  เรื่อง

๓.๓ ศึกษาหลักการและตัวอย่างการปฏิทัศน์วรรณกรรม

๓.๔ นักเรียนวางแผนการปฏิบัติงาน

๓.๕.ครูติดตามการปฏิบัติงานของนักเรียนเป็นระยะ ๆ

๓.๖ นักเรียนเขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

๓.๗ นักเรียนจัดแสดงผลงาน

. เป้าหมาย

๔.๑บันทึกแสดงเหตุผลในการเลือกอ่านวรรณกรรม

๔.๒ แผนการปฏิทัศน์วรรณกรรม

๔.๓ เขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

. เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผล

๕.๑ รูปแบบการนำเสนอ

๕.๒ สาระสำคัญ

๕.๓  การลำดับความ

๕.๔ ระบุจัดเด่น  จุดด้อย

๕.๕ การใช้ถ้อยคำภาษา

๕.๖  การประเมินวรรณกรรม

 

 

ใบงานที่  ๔

. ชื่องาน   เขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

. จุดมุ่งหมาย   

                ๒.๑ เพื่อให้นักเรียนอ่านวรรณกรรมที่สนใจ

๒.๒ เพื่อให้นักเรียนวางแผนการปฏิบัติงาน

๒.๓ เพื่อให้นักเรียนเขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

. กิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษาวรรณกรรมประเภทต่างๆ ตามที่สนใจ

๓.๒ นักเรียนเลือกอ่านวรรณกรรมที่ชอบ  ๑  เรื่อง

๓.๓ ศึกษาหลักการและตัวอย่างการปฏิทัศน์วรรณกรรม

๓.๔ นักเรียนวางแผนการปฏิบัติงาน

๓.๕.ครูติดตามการปฏิบัติงานของนักเรียนเป็นระยะ ๆ

๓.๖ นักเรียนเขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

๓.๗ แลกเปลี่ยนกันอ่านข้อเขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม พร้อมแสดงความคิดเห็นและแนวปรับปรุงแก้ไข

๓.๘นักเรียนจัดแสดงผลงาน

. เป้าหมาย

๔.๑ บันทึกแสดงเหตุผลในการเลือกอ่านวรรณกรรม

๔.๒ แผนการปฏิทัศน์วรรณกรรม

๔.๓ เขียนปฏิทัศน์วรรณกรรม

. เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผล

๕.๑ รูปแบบการนำเสนอ

๕.๒ สาระสำคัญ

๕.๓  การลำดับความ

๕.๔ ระบุจัดเด่น  จุดด้อย

๕.๕ การใช้ถ้อยคำภาษา

๕.๖  การประเมินวรรณกรรม

 

 

 

แบบสำรวจการปฏิบัติงานการอ่านวรรณกรรม

๑.ชื่อ……………………………………………เลขที่………………ชั้น………….

๒. ชื่องานเขียนที่อ่าน

ที่

ชื่อเรื่อง

ประเภท

ผู้แต่ง

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๓.ชื่อวรรณกรรมที่เลือกปฏิทัศน์………………………………………………………………….

๔.เหตุผลที่เลือก…………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

๕.กำหนดแผนการปฏิบัติงานปฏิทัศน์วรรณกรรม

ขั้นที่

ขั้นตอน

ภาระงาน

ระยะเวลา

ผู้รับผิดชอบ

 

๖.อื่นๆ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….                                                                                                                                       ลงชื่อ…………………………ผู้บันทึก

(.………………………..)

เกณฑ์การประเมินการปฏิทัศน์วรรณกรรม

รายการประเมิน

๑ รูปแบบการนำเสนอ                                       ๒ สาระสำคัญ                     ๓ การลำดับความ

๔ การระบุจุดเด่นจุดด้อย                                   ๕ การใช้ถ้อยคำภาษา         ๖ ประเมินงานเขียน

เกณฑ์การประเมิน

ระดับคะแนน  ๕  ดีมาก     หมายถึง รูปแบบการปฏิทัศน์วรรณกรรมถูกต้อง มีสาระสำคัญชัดเจน มีการระบุจุดเด่น  จุดด้อย  ของวรรณกรรมเลือกใช้ถ้อยคำในการเขียนสละสลวย การจัดลำดับความมีความต่อเนื่องและมีการประเมินค่าวรรณกรรมอย่างเหมาะสม

ระดับคะแนน  ๔  ดีมาก     หมายถึง รูปแบบการปฏิทัศน์วรรณกรรมถูกต้อง มีสาระสำคัญชัดเจน มีการระบุจุดเด่น  จุดด้อย  ของวรรณกรรมเลือกใช้ถ้อยคำในการเขียนสละสลวย การจัดลำดับความมีความต่อเนื่องแต่การประเมินค่าวรรณกรรมคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

ระดับคะแนน  ๓  ดีมาก     หมายถึง รูปแบบการปฏิทัศน์วรรณกรรมถูกต้อง มีสาระสำคัญชัดเจน เลือกใช้ถ้อยคำในการเขียนสละสลวย การจัดลำดับความมีความต่อเนื่องแต่ระบุจุดเด่นจุดด้อยไม่ครบถ้วนทำให้การประเมินค่าวรรณกรรมคลาดเคลื่อน

ระดับคะแนน  ๒  ดีมาก    หมายถึง รูปแบบการปฏิทัศน์วรรณกรรมถูกต้อง สาระสำคัญไม่ชัดเจน เลือกใช้ถ้อยคำในการเขียนไม่สละสลวย การจัดลำดับความขาดความต่อเนื่อง  ระบุจุดเด่นจุดด้อยไม่ครบถ้วนทำให้การประเมินค่าวรรณกรรมคลาดเคลื่อน

ระดับคะแนน  ๑  ดีมาก      หมายถึง รูปแบบการปฏิทัศน์วรรณกรรมไม่ถูกต้อง สาระสำคัญไม่ชัดเจน เลือกใช้ถ้อยคำในการเขียนไม่สละสลวย การจัดลำดับความขาดความต่อเนื่อง  ระบุจุดเด่นจุดด้อยไม่ครบถ้วนทำให้การประเมินค่าวรรณกรรมคลาดเคลื่อน

ระดับคะแนน   ๐  หมายถึง               ไม่มีผลงาน          

แบบประเมินการปฏิทัศน์วรรณกรรม

โดยครูผู้สอน

๑.   ผู้ปฏิทัศน์วรรณกรรม

ชื่อ…………………………………………เลขที่……………..ชั้น……………..

๒. ตารางการประเมิน

คำชี้แจง                 ระดับคุณภาพคะแนน

๕            ดีมาก                      ๔            ดี                             ๓            ปานกลาง

๒            พอใช้                     ๑             ควรปรับปรุง         ๐             ไม่มีผลงาน

ที่

รายการประเมิน

ระดับคะแนน

หมายเหตุ

รูปการนำเสนอ

สาระสำคัญ

การลำดับความ

การระบุจุดเด่นจุดด้อย

การใช้ถ้อยคำภาษา

การประเมินค่า

รวม

 

คะแนนรวม…………………………………………………….

ข้อคิดเห็น / เสนอแนะ………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………………..ผู้ประเมิน

(นายสุเทพ        เรืองคล้าย)

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มสะสมงาน

แผนการจัดกิจกรรมที่  ๕

 

. จุดประสงค์การเรียนรู้

                รวบรวมถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่ประทับใจได้

. ภาระงาน

                รวบรวมถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่ประทับใจ

.แนวการจัดกิจกรรม

๓.๑ ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่นักเรียนชอบ  พร้อมทั้งระบุแหล่งที่มา  ความหมาย  และความประทับใจ

๓.๒ นักเรียนศึกษา สำรวจ รวบรวม ถ้อยคำ ข้อความ  บทประพันธ์ที่สนใจ  แล้วคัดเลือกเฉพาะที่ประทับใจ  แสดงความคิดเห็นถึงเนื้อหาสาระ  ความหมาย  ความดีเด่น  ศิลปะการประพันธ์และความประทับใจที่เลือก

๓.๓ นักเรียนรวบรวม  จัดหมวดหมู่ของถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่เลือก  เรียบเรียงเป็นรูปเล่มที่สวยงาม  อาจตกแต่งด้วยรูปภาพ  วัสดุในท้องถิ่น  หรือรูปวาดแล้วแต่ความถนัดของนักเรียน

๓.๔ นักเรียนจัดแสดงผลงาน

. เป้าหมาย

๔.๑  ผลงานการรวบรวมถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์

. เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผล

๕.๑  แบบประเมินผลงาน

ใบงานที่  ๕

.  ชื่องาน   การรวบรวมถ้อยคำ   ข้อความ  บทประพันธ์ที่ประทับใจ

.จุดมุ่งหมาย

                ๒.๑  เพื่อให้ตระหนักในคุณค่าและความงามของภาษา

๒.๒  เพื่อให้นักเรียนได้อ่านและรวบรวมถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์

๒.๓  เพื่อให้นักเรียนจัดหมวดหมู่ถ้อยคำ  ข้อความ   บทประพันธ์

.  กิจกรรม

๓.๑ นักเรียนศึกษา สำรวจ  รวบรวม  ถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่นักเรียนชอบ  พร้อมทั้งระบุแหล่งที่มา  ความหมาย  และความประทับใจ

๓.๒ นักเรียนรวบรวม  จัดหมวดหมู่ของถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่เลือกให้ได้มากที่สุด  เรียบเรียงเป็นรูปเล่มที่สวยงาม

๓.๓ เลือกถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่รวบรวมไว้  มาเขียนขยายความ  แสดงความคิดเห็นถึงเนื้อหาสาระ  ความหมาย  ความดีเด่น  ศิลปะการประพันธ์  ความประทับใจและเหตุผลที่เลือก  ๕  สำนวน   จัดทำลงในกระดาษขนาด  A ๔  อาจตกแต่งด้วยรูปภาพ  วัสดุในท้องถิ่น  หรือรูปวาดแล้วแต่ความถนัดของนักเรียนให้สวยงาม

๓.๔  นักเรียนนำเสนอผลงาน

๔.  เป้าหมาย

                ๔.๑  ผลงานรวบรวมถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์  เป็นรูปเล่ม

๔.๒  ผลงานในกระดาษ  A ๔ ที่ตกแต่งให้สวยงาม  ๕  แผ่น

๕.  เกณฑ์การประเมิน

                ๕.๑  ความเป็นระบบ

๕.๒  ความถูกต้องของอักขรวิธี และรูปแบบคำประพันธ์

๕.๓  การแสดงความคิดเห็น

๕.๔  การระบุแหล่งที่มา

๕.๕  ศิลปะในการนำเสนอ  ๕  สำนวนในกระดาษ  A ๔

 

 

 

 

 

 

 

เกณฑ์การประเมินการรวบรวมถ้อยคำ   ข้อความ  บทประพันธ์ที่ประทับใจ

รายการประเมิน  

                ๑  ความเป็นระบบ

๒  ความถูกต้องของอักขรวิธี และรูปแบบคำประพันธ์

๓  การแสดงความคิดเห็น

๔  การระบุแหล่งที่มา

๕  ศิลปะในการนำเสนอ  ๕  สำนวนในกระดาษ  A ๔

เกณฑ์การประเมิน

                ระดับคะแนน       ๕            หมายถึง  รวบรวมผลงานอย่างเป็นระบบ  จำนวนไม่น้อยกว่า  ๓๐  สำนวน  ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามอักขรวิธีรูปแบบของคำประพันธ์ถูกต้อง  การแสดงความคิดเห็นเหมาะสม  ระบุแหล่งที่มาชัดเจนถูกต้องและมีศิลปะในการนำเสนอ

ระดับคะแนน       ๔            หมายถึง  รวบรวมผลงานอย่างเป็นระบบ  จำนวนไม่น้อยกว่า  ๓๐  สำนวน  ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามอักขรวิธีรูปแบบของคำประพันธ์ถูกต้อง  การแสดงความคิดเห็นเหมาะสม  ระบุแหล่งที่มาชัดเจนถูกต้องแต่ขาดศิลปะในการนำเสนอ

                ระดับคะแนน       ๓            หมายถึง  รวบรวมผลงานอย่างเป็นระบบ  จำนวนไม่น้อยกว่า  ๓๐  สำนวน  ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามอักขรวิธีรูปแบบของคำประพันธ์ถูกต้อง  การแสดงความคิดเห็นเหมาะสม  แต่ระบุแหล่งที่มาไม่ชัดเจนถูกต้องและขาดศิลปะในการนำเสนอ

                ระดับคะแนน       ๒            หมายถึง  รวบรวมผลงานอย่างเป็นระบบ  จำนวนน้อยกว่า  ๓๐  สำนวน  ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามอักขรวิธีรูปแบบของคำประพันธ์ถูกต้อง  ขาดการแสดงความคิดระบุแหล่งที่มาไม่ชัดเจนถูกต้องและขาดศิลปะในการนำเสนอ

                ระดับคะแนน       ๑             หมายถึง  รวบรวมผลงานไม่เป็นระบบ  จำนวนน้อยกว่า  ๓๐  สำนวน  ใช้ภาษาผิดอักขรวิธีรูปแบบของคำประพันธ์ไม่ถูกต้อง  ขาดการแสดงความคิด  ไม่ระบุแหล่งที่มาและขาดศิลปะในการนำเสนอ

ระดับคะแนน       ๐             หมายถึงไม่มีผลงาน

แบบประเมินการรวบรวมถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่ประทับใจ

โดยครูผู้สอน

๑.   ผู้รวบรวม

ชื่อ…………………………………………เลขที่……………..ชั้น……………..

๒. ตารางการประเมิน

คำชี้แจง                 ระดับคุณภาพคะแนน

๕            ดีมาก                      ๔            ดี                             ๓            ปานกลาง

๒            พอใช้                     ๑             ควรปรับปรุง         ๐             ไม่มีผลงาน

รายการประเมิน

ระดับคุณภาพ

หมายเหตุ

 ๑  ความเป็นระบบ

๒  ความถูกต้องของอักขรวิธี และรูปแบบคำประพันธ์

๓  การแสดงความคิดเห็น

๔  การระบุแหล่งที่มา

๕  ศิลปะในการนำเสนอ  ๕  สำนวนในกระดาษ  A ๔

คะแนนรวม……………………………คะแนน

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน

(นายสุเทพ    เรืองคล้าย)

 

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

โดยวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงจากแฟ้มสะสมงาน

แผนการจัดกิจกรรมที่  ๖

 

. จุดประสงค์การเรียนรู้

                แต่งคำประพันธ์ได้อย่างน้อย  ๒  ชนิด

. ภาระงาน

แต่งคำประพันธ์

.แนวการจัดกิจกรรม

๓.๑ ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างบทประพันธ์ชนิดต่างๆ  ที่แต่งได้ดี  และถูกต้องตาม

ฉันทลักษณ์

๓.๒  นักเรียนศึกษาแผนผังบังคับ  ฉันทลักษณ์ของคำประพันธ์ชนิดต่างๆ

๓.๓  นักเรียนเลือกชนิดคำประพันธ์  ๒ – ๓  ชนิด  ที่นักเรียนชอบ  สนใจและสามารถแต่งได้ตามความถนัดของนักเรียนเอง

๓.๔  นักเรียนเลือกหัวข้อ  สถานการณ์  อารมณ์  ความคิด  ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งต่างๆ  รอบตัว  เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นคำประพันธ์ชนิดที่นักเรียนมีความถนัด

๓.๕   นักเรียนแต่งคำประพันธ์ตามชนิดและเรื่องที่เลือกไว้

๓.๖  ให้นักเรียนนำเสนอผลงาน โดยการเขียน  พิมพ์  ลงในกระดาษ  ขนาด A ๔ จัดตกแต่งให้สวยงามด้วย  รูปวาด  รูปภาพ  หรืออื่นๆ  เพื่อแสดงถึงความริเริ่มสร้างสรรค์  และลักษณะและความสามารถของตน

๓.๗  นักเรียนจัดแสดงผลงาน

๔.   เป้าหมาย

                ๔.๑  แผนผังบังคับคำประพันธ์

๔.๒  ผลงานการแต่งคำประพันธ์

๕. เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผล

                ๕.๑  แบบตรวจแผนผังคำประพันธ์

๕.๒  แบประเมินผลงาน  การแต่งคำประพันธ์

ใบงานที่  ๖

๑.  ชื่องาน             แต่งคำประพันธ์

๒.  จุดมุ่งหมาย

                ๒.๑  เพื่อให้นักเรียนถ่ายทอดความคิด  อารมณ์  ความรู้สึกที่ต่อสิ่งรอบข้างออกเป็นคำประพันธ์

๒.๒  เพื่อให้นักเรียนแต่งคำประพันธ์ในรูปแบบที่ตนถนัดได้

๓.  กิจกรรม

                ๓.๑ ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างบทประพันธ์ชนิดต่างๆ  ที่แต่งได้ดี  และถูกต้องตาม

ฉันทลักษณ์

๓.๒  นักเรียนศึกษาแผนผังบังคับ  ฉันทลักษณ์ของคำประพันธ์ชนิดต่างๆ

๓.๓  นักเรียนเลือกชนิดคำประพันธ์  ๒ – ๓  ชนิด  ที่นักเรียนชอบ  สนใจและสามารถแต่งได้ตามความถนัดของนักเรียนเอง

๓.๔  นักเรียนเลือกหัวข้อ  สถานการณ์  อารมณ์  ความคิด  ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งต่างๆ  รอบตัว  เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นคำประพันธ์ชนิดที่นักเรียนมีความถนัด

๓.๕   นักเรียนแต่งคำประพันธ์ตามชนิดและเรื่องที่เลือกไว้

๓.๖  ให้นักเรียนนำเสนอผลงาน โดยการเขียน  พิมพ์  ลงในกระดาษ  ขนาด A ๔ จัดตกแต่งให้สวยงามด้วย  รูปวาด  รูปภาพ  หรืออื่นๆ  เพื่อแสดงถึงความริเริ่มสร้างสรรค์  และลักษณะและความสามารถของตน

๓.๗  นักเรียนจัดแสดงผลงานเพื่อรับการประเมิน

๔.   เป้าหมาย

                ๔.๑  แผนผังบังคับคำประพันธ์

๔.๒  ผลงานการแต่งคำประพันธ์

๕. เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผล

                ๕.๑  แบบตรวจแผนผังคำประพันธ์

๕.๒  แบประเมินผลงาน  การแต่งคำประพันธ์

แบบประเมินการรวบรวมถ้อยคำ  ข้อความ  บทประพันธ์ที่ประทับใจ

โดยครูผู้สอน

๑.   ผู้รวบรวม

ชื่อ…………………………………………เลขที่……………..ชั้น……………..

๒. ตารางการประเมิน

คำชี้แจง                 ระดับคุณภาพคะแนน

๕            ดีมาก                      ๔            ดี                             ๓            ปานกลาง

๒            พอใช้                     ๑             ควรปรับปรุง         ๐             ไม่มีผลงาน

รายการประเมิน

ระดับคุณภาพ

หมายเหตุ

 ๑  ความเป็นระบบ

๒  ความถูกต้องของอักขรวิธี และรูปแบบคำประพันธ์

๓  การแสดงความคิดเห็น

๔  การระบุแหล่งที่มา

๕  ศิลปะในการนำเสนอ  ๕  สำนวนในกระดาษ  A ๔

คะแนนรวม……………………………คะแนน

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน

(นายสุเทพ    เรืองคล้าย)

แบบประเมินการแต่งคำประพันธ์

โดยครูผู้สอน

๑.   ผู้แต่ง

ชื่อ…………………………………………เลขที่……………..ชั้น……………..

๒. ตารางการประเมิน

คำชี้แจง                 ระดับคุณภาพคะแนน

๕            ดีมาก                      ๔            ดี                             ๓            ปานกลาง

๒            พอใช้                     ๑             ควรปรับปรุง         ๐             ไม่มีผลงาน

รายการประเมิน

ระดับคุณภาพ

หมายเหตุ

 ๑  ความถูกต้องตามฉันทลักษณ์

๒  เนื้อหาสาระ และเสนอแนวคิด

๓  การใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหาร

๔  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

๕  ศิลปะการประพันธ์

คะแนนรวม……………………………คะแนน

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน

(นายสุเทพ    เรืองคล้าย)

เกณฑ์การประเมินการคำประพันธ์

รายการประเมิน  

                ๑  ความถูกต้องตามฉันทลักษณ์

๒  เนื้อหาสาระและการเสนอแนวคิด

๓  การใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหาร

๔  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

๕  ศิลปะการประพันธ์

เกณฑ์การประเมิน

                ระดับคะแนน       ๕            หมายถึง  ฉันทลักษณ์ถูกต้องตามรูปแบบของคำประพนธ์ที่เลือกแต่ง  เนื้อหาสาระมีประโยชน์ เสนอแนวคิดได้เหมาะสมกับยุคสมัย เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม การเลือกใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหารถูกต้อง  ความคิดแปลกใหม่ริเริ่มสร้างสรรค์ไม่ซ้ำใคร มีศิลปะการประพันธ์ การเล่นเสียง เล่นคำ สัมผัสนอกสัมผัสในอย่างหลากหลาย รสทางวรรณคดีเหมาะสมกับเนื้อหาสาระ

ระดับคะแนน       ๔            หมายถึง  ฉันทลักษณ์ถูกต้องตามรูปแบบของคำประพนธ์ที่เลือกแต่ง  เนื้อหาสาระมีประโยชน์ เสนอแนวคิดได้เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม การเลือกใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหารถูกต้อง  ความคิดแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร มีศิลปะการประพันธ์ การเล่นเสียง เล่นคำ สัมผัสในมีน้อย และไม่แสดงรสทางวรรณคดี

ระดับคะแนน       ๓            หมายถึง  ฉันทลักษณ์ถูกต้องตามรูปแบบของคำประพนธ์ที่เลือกแต่ง  เนื้อหาสาระมีประโยชน์ เสนอแนวคิดได้เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม การเลือกใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหารถูกต้อง  ไม่แสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ขาดศิลปะการประพันธ์ การเล่นเสียง เล่นคำ สัมผัสในมีน้อย และไม่แสดงรสทางวรรณคดี

ระดับคะแนน       ๒            หมายถึง  ฉันทลักษณ์ถูกต้องตามรูปแบบของคำประพนธ์ที่เลือกแต่ง  ไม่เสนอเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์     การเลือกใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหารไม่ค่อยถูกต้อง  ไม่แสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ขาดศิลปะการประพันธ์ การเล่นเสียง เล่นคำ สัมผัสในมีน้อย และไม่แสดงรสทางวรรณคดี

ระดับคะแนน       ๑             หมายถึง  ฉันทลักษณ์ไม่ถูกต้อง ไม่เสนอเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์     การเลือกใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหารไม่ค่อยถูกต้อง  ไม่แสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ขาดศิลปะการประพันธ์ การเล่นเสียง เล่นคำ สัมผัสในมีน้อย และไม่แสดงรสทางวรรณคดี

ระดับคะแนน       ๐             หมายถึง  ไม่มีผลงาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s